เมื่อวันที่ 8 ก.ย. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี “หน่อง ท่าผา” คนร้ายยิงตำรวจทางหลวง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. เสียชีวิต และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.2 บก.ทล. บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดในพื้นที่ ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม นั้น
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีในส่วนของตำรวจทั้ง 21 นาย ในคดี “หน่อง ท่าผา” คนร้ายยิงตำรวจทางหลวง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. เสียชีวิต และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.2 บก.ทล. บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดในพื้นที่ ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม ว่า เมื่อวานสั่งสอบรายละเอียดทั้งหมดว่าเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ 157 หรือไม่ หากเข้าข่ายก็ต้องดำเนินคดีอาญา เพราะคนที่อยู่ในงานมีผู้กำกับถึง 3 คน และมีผู้กำกับสืบสวนจังหวัด ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ ยังปล่อยให้มีการทำลายพยานหลักฐาน การมีผู้อิทธิพลแบบนี้ ต้องเกิดจากผู้กำกับในพื้นที่หย่อนยาน หากผู้กำกับในพื้นที่เข้มแข็ง เรื่องแบบนี้ต้องไม่เกิด อีกทั้งเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจไปกินอาหารกับกำนันนก เป็นประจำทุกเดือน เพราะตัวกำนันนกรู้จักตำรวจทางหลวงเยอะ เนื่องจากทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง การเรียกตำรวจไปเลี้ยง ก็เพื่อเสริมบารมีตัวเอง กินกันจนกระทั่งหมดความเกรงใจ จึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เผยอีกว่า ขณะนี้คดีแยกออกเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 คดีหลักจะเป็นความรับผิดชอบของกองปราบฯ ผู้รับผิดชอบคือ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ส่วนคดีวิสามัญจะเป็นในส่วนของตำรวจภูธรท้องที่รับผิดชอบ และประเด็นตำรวจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ 157 จะเป็น สภ.เมืองนครปฐม รับผิดชอบ แต่อย่างไรก็ตาม ใน 2 ประเด็นหลัง ตนจะเป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลด้วยตัวเอง.



