เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมา พล.อ.สุรชาติ จิตต์แจ้ง นายกสมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดการแข่งขันคาราเต้ระดับนานาชาติ รายการ “คาราเต้ ไทยแลนด์ โอเพน 2023” (Thailand Open Karate Championship 2023) ที่อาคารนันทนาการ ม.รังสิต จ.ปทุมธานี โดยมี นายตรอง สิริวรรณ หัวหน้าวิเคราะห์และพัฒนากีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), ผศ.ดร.ชาญชัย สุขสุวรรณ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกีฬา ม.รังสิต, นายสมพันธ์ จารุมิลินท รองประธานกรรมการ บริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด, นายสุรสิทธิ์ ทองจันทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และนายอัคราเชนทร์ ปิ่นวรรณา ผู้จัดการฝ่ายรายการ ผู้แทนสถานีโทรทัศน์ทีสปอร์ต (T Sport 7) ร่วมในพิธี

พล.อ.สุรชาติ จิตต์แจ้ง กล่าวว่า การแข่งขันคาราเต้ “คาราเต้ ไทยแลนด์ โอเพ่น 2023” ครั้งนี้ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 ก.ย. ที่อาคารนันทนาการ ม.รังสิต มีนักกีฬา 17 ประเทศ จาก 102 ทีม รวมทั้งสิ้น 659 คน เข้าร่วมแข่งขัน ประกอบด้วย กัมพูชา, ฝรั่งเศส, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเก๊า, มาเลเซีย, เมียนมา, เนปาล, เนเธอร์แลนด์, จีน, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, แอฟริกาใต้, ศรีลังกา และไทย เจ้าภาพ

“ก่อนการแข่งขัน สมาคมฯ เองมีความกังวลอยู่บ้างเนื่องจากมีระยะเวลาในการเตรียมความพร้อมน้อย แต่เมื่อถึงวันแข่งขัน ทุกอย่างก็พร้อม และเป็นที่น่าพอใจอย่างมากที่มีจำนวนประเทศและจำนวนนักกีฬาเพิ่มมากกว่าเมื่อปีที่แล้ว ที่เราจัดที่จังหวัดภูเก็ต แสดงให้เห็นแล้วว่ารายการนี้เข้าไปอยู่ในใจของชาติต่างๆ ที่พร้อมจะส่งนักกีฬาเข้ามาแข่งขันในทุกๆ ครั้งที่เราเป็นเจ้าภาพ ในส่วนของความคาดหวังนั้น ส่วนตัวมองว่าในฐานะที่เราเป็นเจ้าภาพและมีการเตรียมความพร้อมมาอย่างดีในทุกรุ่นทุกระดับ ทั้งประเภทต่อสู้และท่ารำ จึงมั่นใจว่า เราจะสามารถครองเจ้าเหรียญทองตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้” พล.อ.สุรชาติ กล่าว

ทางด้าน “โค้ชแจ๊ค” นายพลวศิน สารธรรม หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมคาราเต้ทีมชาติไทย กล่าวว่า รายการนี้เราคัดเลือกจากสโมสรต่างๆ มาเป็นอย่างดี ไล่ตั้งแต่ชุดอายุ 12 ปี, 14 ปี เป็นต้นมา ถือว่าแต่ละสโมสรที่ส่งเข้าร่วมฝีมือไม่ธรรมดาเลย ซึ่งนอกจากนักกีฬาจะได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่แล้ว นักกีฬาของไทยยังจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเต็มที่อีกด้วย ในส่วนของนักกีฬาคาราเต้ทีมชาติไทย ชุดเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน จำนวน 8 คน นั้น สมาคมฯ บังคับให้ต้องลงแข่งขันรายการนี้ทุกคน เพราะจะได้เป็นการเคาะสนิมและเตรียมความพร้อมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนไปลุยศึก “หางโจวเกมส์” ที่สำคัญคือลดความกดดันและสร้างความมั่นใจให้กับนักกีฬาทั้ง 8 คน ด้วย ซึ่งเอเชีย่นเกมส์ครั้งนี้ สมาคมฯ หวังว่านักกีฬาไทยจะสามารถคว้าเหรียญรางวัลติดมือกลับมาฝากพี่น้องชาวไทย.