นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า การดำเนินการขนย้าย “หมูเถื่อน” 161 ตู้คอนเทเนอร์มาทำลาย จะมีคณะทำงานเพื่อดำเนินการ ประกอบด้วย ผู้แทนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมศุลกากร กรมปศุสัตว์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ โดยคณะทำงานจะร่วมกันดำเนินการขนส่งตู้สินค้าโดยรถบรรทุก ซึ่งทุกคันจะต้องผ่านจุดชั่งน้ำหนักศุลกากร ตู้คอนเทเนอร์มีการติด SEAL ล็อกทุกตู้เพื่อป้องกันการเปิดตู้ มีการบันทึกน้ำหนักและหมายเลขตู้พร้อมบันทึกวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน ขณะเดินทางขนย้าย มีรถตำรวจทางหลวงนำขบวนขนย้ายตู้สินค้าจนถึงสถานที่ฝังทำลาย พร้อมส่งมอบหลักฐานและลงนามบันทึกให้กับทีมทำลาย ซึ่งแต่งตั้งโดยกรมปศุสัตว์ จนเสร็จสิ้นภารกิจ คาดว่า จะดำเนินการขนย้ายและฝังกลบทำลายแล้วเสร็จภายใน 5 วัน

สำหรับขั้นตอนการฝังทำลาย มีคณะกรรมการทำลายซากสุกร แต่งตั้งโดยกรมปศุสัตว์ ทำหน้าที่จดบันทึกรายละเอียดตู้สินค้าซากสุกร พร้อมตัด SEAL ก่อนนำซากไปฝังทำลาย หลุมฝังซากมีจำนวน 6 หลุม แต่ละหลุมมีความยาว 150 เมตร ความกว้าง 9 เมตร ความลึก 4 เมตร ปูด้วยพลาสติก PE (หนา 0.3 มิลลิเมตร) ทุกหลุม เพื่อป้องกันของเสียจากซากสัตว์ที่อาจปนเปื้อนสู่ธรรมชาติ การฝังซากจะใช้วิธีการยกตู้คอนเทเนอร์เทซากออกจากตู้ โดยใช้เครนยกหัวท้าย ก่อนฝังซากจะโรยด้วยปูนขาวที่ก้นหลุม เมื่อซากเต็มหลุม พ่นทับด้วยน้ำยา EM และใช้แบ๊กโฮและแทรกเตอร์ฝังดินกลบหลุม โดยทุกหลุมติดตั้งท่อระบายแก๊สจากซากที่เน่าเปื่อยตามธรรมชาติ โดยวิธีการฝังกลบทำลาย ให้เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ

กรมปศุสัตว์พร้อมรับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อกวาดล้างเนื้อหมูผิดกฎหมายที่แทรกซึมอยู่ในประเทศ และกัดกร่อนสุขภาพของผู้บริโภคชาวไทยในวงกว้าง ที่ผ่านมาได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามมาตรการเข้มงวดตรวจสอบการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกร ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) กระทรวงมหาดไทย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมศุลกากร และหน่วยงานชายแดน ร่วมกันปราบปรามการลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนเนื้อสุกรอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร และป้องกันเชื้ออหิวาต์แอฟริกาสุกร หรือ ASF ที่อาจปนเปื้อนมากับชิ้นส่วนสุกร รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งชิ้นส่วนสุกรที่ลักลอบนำเข้า ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์ อาจมีสารตกค้าง เช่น สารเร่งเนื้อแดง หรือเชื้อโรคอื่นที่เป็นอันตรายต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรและผู้บริโภค

สำหรับผลการปฏิบัติงานบังคับใช้กฎหมายในการลักลอบนําซากสุกร เข้าราชอาณาจักร ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 จนถึงปีงบประมาณ 2566 ของกรมปศุสัตว์ (ล่าสุดวันที่ 1 กันยายน 2566) ทั้งในส่วนของเนื้อสุกร เครื่องใน และชิ้นส่วน รวม 238 คดี จำนวนรวม 1,142,487 กิโลกรัม มูลค่ารวม 190,426,840 บาท มีการทำลายของกลางแล้ว 202 คดี จำนวนรวม 1,049,920 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 175,216,249 บาท หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือหรือการร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดกฎหมายด้านปศุสัตว์ สามารถแจ้งผ่าน application DLD 4.0 แอปใช้ง่าย ได้ประโยชน์จริง สามารถโหลดได้ทั้ง Android และ iOS