นายอิกอร์ มอเรล ประธาน บริษัท อีริสสัน ประเทศไทย เปิดในงาน อิมเมจิ้น ไลฟ์ ไทยแลนด์ 2023 ว่า ประเทศไทยถือป็นผู้นำ 5จี และเป็นตลาดที่มีศักยภาพในภูมิภาค โดยคาดการณ์ว่า ภายในปี 68 ปริมาณการใช้ข้อมูล หรือดาต้า จะเพิ่มขึ้นเป็น 80 กิกะไบต์ต่อเดือน จาก 32.7 กิกะไบต์ ต่อเดือน ในปี 65 และคาดว่าในปี 71 จะเพิ่มขึ้น 3 เท่า เป็นผลจากพฤติกรรมการใช้งานที่เปลี่ยนไป จึงจำเป็นต้องมีคลื่นความถี่ที่เหมาะสมมารองรับ เพื่อให้อีโคซิสเต็มมีความสมบูรณ์มากขึ้น และรองรับปริมาณการใช้งานที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่องได้
“การที่ประเทศไทย จะมีการนำคลิ่น 3500 เมกะเฮิรตซ์ จัดสรรใน 1-2 ปี ต่อจากนี้มีความเหมาะสม เพราะเป็นคลื่นที่มีประสิทธิภาพทำ 5จีมากที่สุด และเป็นคลิ่นที่ใช้อย่างแพร่หลายในยุโรป ถ้าสามารถนำมาใช้ได้ทันในปี 68 จะทำให้ระบบนิเวศ 5จี ของไทยมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอัปโหลด ดาวน์โหลด เพราะในอีก 2 ปี ข้างหน้า ปริมาณการใช้งานกว่า 40% จะผ่านเครือข่าย 5จี โดนเฉพาะเรื่องอัปโหลด ดาวน์โหลด”
นายอิกอร์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้หากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นำคลื่นความถี่ 3500 เมกะเฮิรตซ์ มาประมูลโดยตั้งราคาที่สูง ซึ่งแน่นอนว่า จะส่งผลกระทบทำให้ผู้ให้บริการมือถือ (โอปอเรเตอร์) มีต้นทุนที่สูงขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคได้ อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถนำความถี่ 3500 เมกะเฮิรตซ์ มาประมูลได้ทัน ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ 5จี ซึ่งอาจใช้วิธีแก้ปัยหาด้วยการนำคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิรตซ์ ที่จะหมดอายุในปี 68 มาประมูลใหม่ทันที

“ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีพัฒนาการสูง และผู้บริโภคเข้าใจและมีการใช้งานมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง และรัฐบาลก็มีนโนบาย ดิจิทัล ไทยแลนด์ ซึ่งการเชื่อมต่อของเครือข่ายต้องมีประสิทธิภาพ รองรับการใช้งานเทคโนโลยี อย่างเช่น ปัญหาประดิษฐ์ หรือ เอไอ แมชชีนเลิร์นนิ่ง และการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ซึ่งทาง อีริคสัน พร้อมที่จะพุดคุยกับภาครัฐ และเอกชนต่างๆ เพื่อช่วยกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทยให้มีศักยภาพมากขึ้น” นายอิกอร์ กล่าว
นอกจากนี้งาน Imagine Live Thailand 2023 นำยูสเคสและนวัตกรรมเทคโนโลยี 5G ขั้นสูง ที่เปิดตัวในงาน Mobile World Congress ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ มาจัดแสดงในประเทศไทย โดยมีเทคโนโลยีและโซลูชันไฮไลต์ล่าสุด ประกอบด้วย โซลูชันสื่อสารวิทยุประหยัดพลังงาน (Energy Efficient Radio Solutions), การสื่อสารผ่านโฮโลแกรม (Holographic Communications), เทคโนโลยี Digital Twin และระบบเครือข่ายอัตโนมัติ (Network Automation) รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ
โดยหนึ่งในไฮไลต์ที่นำมาจัดแสดง คือ ผลิตภัณฑ์ Radio 4466 ที่สามารถรองรับย่านความถี่ 1800MHz, 2100MHz และ 2300MHz ที่มีในประเทศไทย โดยผลิตภัณฑ์นี้เป็น Triple-Band Radio 4466 รุ่นล่าสุดของอีริคสัน ที่มีความสามารถเสริมศักยภาพการให้บริการ 4G และ 5G ข้ามย่านความถี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยผลิตภัณฑ์เดียวแก่ผู้ให้บริการไทย และยังช่วยประหยัดพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน รวมถึงจำนวนสถานีฐาน ซึ่ง Radio 4466 ยังอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Ericsson Radio Access Network ที่สามารถจัดการความท้าทายในการติดตั้งสถานีฐาน พร้อมช่วยประหยัดพลังงานเป็นอย่างมาก



