สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเดอร์นา ประเทศลิเบีย เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ว่า สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประกาศการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนฉุกเฉิน เบื้องต้น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 356.84 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือประชาชนในภาคตะวันออกของลิเบีย ซึ่งกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก หลังเกิดเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ โดยเป็นผลจากอิทธิพลของพายุ “แดเนียล” เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ เมืองเดอร์นาที่อยู่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้รับความเสียหายมากที่สุด เนื่องจากฝนซึ่งตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลให้มวลน้ำล้นทะลักเขื่อนสองแห่งในพื้นที่ แล้วไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่ก่อสร้างโดยไม่ได้มีมาตรฐานรองรับในยามเกิดภัยพิบัติ


ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตยังคงไม่แน่นอน แต่ทุกฝ่ายเชื่อว่า “มีจำนวนมาก” และยังมีผู้สูญหาย “ไม่ต่ำกว่า 10,000 คน” โดยรัฐบาลแห่งชาติในภาคตะวันตกที่ยูเอ็นรับรอง รายงานจำนวนผู้เสียชีวิต “มากกว่า 3,000 ราย” ส่วนรัฐบาลในภาคตะวันออกให้ข้อมูลจำนวนผู้เสียชีวิต “มากกว่า 5,000 ราย”


นอกจากความช่วยเหลือของยูเอ็น รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศสมทบอีก 1 ล้านปอนด์ (ราว 44.5 ล้านบาท) ด้านอียิปต์ให้ความช่วยเหลือในการก่อสร้างค่ายที่พักชั่วคราว และตุรกีส่งหน่วยกู้ภัยเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยแล้ว ส่วนแอลจีเรีย กาตาร์ ฝรั่งเศส อิตาลี และตูนิเซีย เสนอมอบความช่วยเหลือให้แก่ลิเบียเช่นกัน ด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแล้ว 150 ตัน


อย่างไรก็ตาม การที่การเมืองภายในลิเบียยังคงขาดเสถียรภาพ ทำให้หลายฝ่ายกังวลเช่นกัน ว่าจะเป็นอุปสรรคในการมอบความช่วยเหลือหรือไม่ ปัจจุบัน ลิเบียแบ่งอยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาลสองฝ่าย คือฝ่ายตะวันตกและฝ่ายตะวันออก ตั้งแต่ปี 2557 หลังเกิดการลุกฮือและความวุ่นวายจากการขับไล่ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำสูงสุดของลิเบีย เมื่อปี 2554.

เครดิตภาพ : AFP