เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา “รมต.ปุ๋ง” นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินทางเข้ามาทำงานที่กระทรวงเป็นวันแรก โดยมีข้าราชการในสังกัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อาทิ นายอารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนางสาววนิดา พันธ์สอาด รองอธิบดีกรมพลศึกษา ร่วมต้อนรับอย่างอบอุ่น

น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า นโยบายในด้านกีฬาที่พูดคุยกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คือ เรื่องของ 1 รัฐวิสาหกิจ 1 กีฬา กลับขึ้นมาอีกครั้ง แต่จะขอพูดคุยรายละเอียดก่อนแล้วจะนำแจ้งให้ทราบ ส่วนปัญหาเรื่องของงบประมาณในการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ได้รับทางเรื่องแล้ว หลังจากนี้จะมีการพูดคุยกับปลัดกระทรวงทันที เพราะทราบว่ามีปัญหาอยู่จะเร่งแก้ไขโดยด่วน

รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันด้วยว่า ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน นั้น ตนเองจะเดินทางไปให้กำลังใจนักกีฬาไทย ระหว่างวันที่ 24-29 ก.ย. โดยจะพยายามเดินทางไปเชียร์นักกีฬาไทยให้ได้มากชนิดที่สุด ส่วนตัวเชื่อว่านักกีฬาทุกคนมีระเบียบวินัยดีอยู่แล้ว อยากให้กำลังใจทุกคน และอยากให้ชาวไทยทุกคนร่วมให้กำลังใจนักกีฬาไทยทุกคนด้วย

ทางด้าน ดร.ก้องศักด กล่าวว่า ทาง กกท. ได้รายงานในเรื่องของมิติด้านกีฬา และมีการรับนโยบายบางส่วนมาแล้ว เชื่อว่าในวงการกีฬาจะมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน โดยเฉพาะการกระจายงบประมาณไปยังภูมิภาคมากขึ้น นำวิทยาศาสตร์การกีฬา ไปต่อยอดสู่ระดับภูมิภาคที่เป็นต้นน้ำของวงการกีฬา แล้วต่อยอดสู่กีฬาเป็นเลิศและกีฬาอาชีพ ซึ่งรายละเอียดจะคุยกันในวันมอบนโยบายอีกครั้ง

นอกจากนี้ยังมีเรื่อง 1 รัฐวิสาหกิจ 1 กีฬา ที่จะฟื้นโครงการเดิมขึ้นมา แต่ครั้งนี้จะไม่ใช่แค่ 1 รัฐวิสาหกิจ สนับสนุนได้แค่ 1 กีฬา ถ้าหากรัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชนไหนที่มีงบประมาณสูง สามารถกระจายได้หลายสมาคมฯ ฉะนั้นสมาคมกีฬาจะมีงบประมาณจากภาครัฐและเอกชนมากขึ้น ส่วนปัญหาเรื่องของโมโตจีพีนั้น ทางรัฐบาลมีความชัดเจนในเรื่องการจัดกีฬาใหญ่ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ​ แล้วโมโตจีพีก็เป็นพันธะผูกพันมาอยู่แล้ว ในเชิงนโยบายก็มีการสนับสนุนดี รวมถึงเอเชี่ยนอินดอร์และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ที่เราจะเป็นเจ้าภาพในปีหน้า ก็จะต้องเดินหน้าต่อไป

“เรื่องงบประมาณในการหารือเบื้องต้นไม่ติดขัดอะไร สามารถจัดการได้ เพียงแต่จะต้องเร่งทำงานเพราะเวลามันกระชั้นมากขึ้น มีการวางแผนไว้แล้วแต่ก็ต้องรีบทำทันที แม้ว่ารัฐมนตรีจะเพิ่งเข้ามา แต่ก็ได้มีการสั่งการและกำชับเรื่องนี้ไปแล้ว งบประมาณต่างๆ อยู่ในแผนการยื่นเข้า ครม. ​(คณะรัฐมนตรี) แค่รอให้ทุกอย่างมันชัดเจน ซึ่งในการพูดคุยเบื้องต้นยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไร” ดร.ก้องศักด กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามประเด็นถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีใหม่ จะส่งผลต่อแผนงานต่างๆ ที่ดำเนินเอาไว้ในยุคสมัยของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ หรือไม่ ดร.ก้องศักด กล่าววว่า เราพยายามสานงานให้ต่อเนื่อง แผนเดิมในยุคของ รมต.พิพัฒน์ ก็ต่อยอด อันไหนที่มีประโยชน์จะไม่ตัดทิ้งแน่นอน รวมถึงจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่เป็นนโยบายจากทางพรรค และตัว รมต.สุดาวรรณ เองด้วย