สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ว่าทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ เมื่อวันอังคาร ว่าสืบเนื่องจากการออกคำสั่ง เมื่อต้นเดือนนี้ หน่วยงานทุกแห่งภายใต้สังกัดของรัฐบาลกลาง ต้องร่วมขับเคลื่อนนโยบายด้านสาธารณสุขอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้บุคลากรในสังกัดเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ภายในวันที่ 22 พ.ย.นี้
มิเช่นนั้น บุคคลดังกล่าวต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองทุกสัปดาห์ ในกรณีที่มีหลักฐานยืนยัน ว่าไม่สามารถรับวัคซีนได้ ด้วยเหตุผลทางการแพทย์เท่านั้น
U.S. says federal employees must be vaccinated by Nov. 22 https://t.co/EIYomsiEl9 pic.twitter.com/JLJRsTzv3z
— Reuters (@Reuters) September 14, 2021
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีคำสั่งเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า เมื่ออยู่ภายในสถานที่ทำงาน และการควบคุมการปฏิบัติงานนอกสถานที่ ให้สอดคล้องกับแนวทางด้านสาธารณสุข
President Joe Biden took aim at vaccine resistance in America, announcing policies requiring most federal employees to get COVID-19 shots and pushing large employers to have their workers vaccinated or tested weekly https://t.co/gymq0Cx22a pic.twitter.com/ShFYkaz1uw
— Reuters (@Reuters) September 10, 2021
นอกจากนี้ สถานประกอบการเอกชน ทั้งขนาดกลางและขนาดเล็กจะได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาล หากอนุญาตให้พนักงานสามารถไปเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยไม่ถือเป็นการขาดงาน หรือหักจากวันหยุดของพนักงาน และเสนอให้โรงเรียนจัดพื้นที่เป็นสถานที่ฉีดวัคซีนด้วย ขณะที่กระทรวงแรงงานออกแถลงการณ์แยกอีกฉบับ ว่าบริษัทแห่งใดที่ไม่จัดการให้พนักงานเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ ต้องชำระค่าปรับเป็นเงินประมาณ 14,000 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 461,160 บาท ).
เครดิตภาพ : AP
















