สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ว่านายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ( ไอเออีเอ ) กล่าวถึงการได้รับแจ้งจากอิหร่าน ว่าได้เพิกถอนการรับรองคณะผู้ตรวจสอบหลายคนของไอเออีเอ ซึ่งก่อนหน้านั้นได้รับอนุญาตให้ลงพื้นที่ ตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์หลายแห่งในประเทศ


กรอสซีกล่าวต่อไปว่า กรณีดังกล่าวแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และการดำเนินการฝ่ายเดียวของรัฐบาลเตหะรานครั้งนี้ เท่ากับเป็นการเพิกถอนสิทธิคณะผู้ตรวจสอบของไอเออีเอไปแล้ว ไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสาม ทั้งที่ข้อตกลงปัจจุบันยังคงดำเนินอยู่


ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าเพื่อเป็นการตอบโต้ “การล่วงละเมิดทางการเมือง” ของสหรัฐ สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส ซึ่งออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้น ว่ารัฐบาลเตหะรานยังคงไม่ให้ความร่วมมือย่างเต็มที่ ตามกรอบข้อตกลงนิวเคลียร์ ฉบับปี 2558 และเรียกร้องให้มีการยกระดับมาตรการคว่ำบาตร


ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมิ.ย. ปีที่แล้ว อิหร่านถอดกล้องวิดีโอวงจรปิดรวม 27 ตัว ออกจากโรงงานนิวเคลียร์หลายแห่งในประเทศ แม้ยังเหลือกล้องวิดีโอวงจรปิดอีกประมาณ 40 ตัว แต่ไอเออีเอมองว่า การถอดกล้องวิดีโอวงจรปิดออกไปมากกว่าครึ่ง ย่อมเป็นอุปสรรคใหญ่หลวง ให้กับการทำงานภาคสนามของผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์


อนึ่ง ข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับปี 2558 สั่นคลอนอย่างหนัก นับตั้งแต่สหรัฐถอนตัวเมื่อปี 2561 แล้วกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวต่ออิหร่าน แม้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพยายามเจรจา เพื่อฟื้นฟูข้อตกลง แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก.

เครดิตภาพ : AFP