เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.ไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะที่ปรึกษาฯ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นายวีรวัฒน์ อังศุพาณิชย์ รองอธิบดีด้านปฏิบัติการ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมกันหารือแผนปฏิบัติการในการทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับน้ำเพื่อการเกษตรในอนาคตต่อปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่คาดการณ์ว่าในปีนี้ประเทศไทย จะได้รับผลกระทบที่รุนแรงและปัญหาอุปสรรค์ในการทำงานที่ต้องการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำการสนับสนุน

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้รายงานผลการดำเนินการช่วยเหลือปกติ พร้องโครงสร้างฯ ซึ่งจะทำการผลิตฝนเทียมทั่วไปไทยตามภารกิจที่มีอยู่เดิม แต่เนื่องจากในปีนี้มีปัญหาในเรื่องปรากฏการณ์เอลนีโญการปฏิบัติงานด้านฝนหลวงได้ทำการบินเพื่อสร้างฝนเทียมมาตลอดทั้งปี ซึ่งในปัจจุบัน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร มีเครื่องบินที่ใช้ทำฝนหลวง จำนวน 28 ลำ แต่สามารถใช้ได้จำนวน 19 ลำ เนื่องจาก 9 ลำอยู่ในขั้นตอนของการบำรุงรักษา และในส่วนของเฮลิคอปเตอร์ ก็มีอยู่จำนวน 8 ลำ ใช้ได้ขณะนี้ 6 ลำ อีก 2 ลำอยู่ในขั้นตอนของการบำรุงรักษาเช่นกัน ทั้งนี้ในส่วนข้าราชการมีจำนวนกว่า 300 คน และมีนักบินที่พร้อมปฏิบัติภารกิจฝนหลวง จำนวนกว่า 100 นาย
“ด้วยจำนวนนักบินและฝ่ายปฏิบัติการถือว่าเพียงพอ แต่ในอนาคตถ้าเป็นไปได้ ต้องการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผลักดันจัดหาเครื่องบินฝนหลวงให้ได้เพิ่มขึ้นเป็น 15 ลำ ทีจะสามารถเพียงพอต่อภารกิจในการช่วยเหลือเติมน้ำสร้างความชุ่มชื้นให้กับทุกพื้นที่ เพราะขณะนี้นอกจากภารกิจทำฝนแก้แล้ง สิ่งที่เพิ่มเติมมานั้นก็คือการทำฝนสลายหมอกควัน สลายลูกเห็บ และสลายไฟป่า” อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวฯ

ด้าน ดร.ไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า หลังรับรายงานภารกิจถือว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นภารกิจสำคัญในกระทรวงเกษตรฯ เพราะจะไปเชื่อมถึง กรมต่างๆ อาทิ กรมชลประทาน ที่ดูแลเขื่อนทั่วประเทศ สิ่งที่จะต้องปรับเพิ่มเติมคงเป็นเรื่องของการสนับสนุนงบประมาณในการวิจัย การทำฝนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้จะนำเรื่องปัญหาที่ได้หารือภายในกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้การทำงานมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ในด้านงบประมาณก็จะช่วยผลักดันเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจฝนหลวงที่จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและประชาชนได้มีน้ำใช้เมื่อยามขาดแคลนในทุกภูมิภาคของประเทศไทย ตามนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ให้ไว้กับตนว่าการทำงานในยุคนี้ จะต้องให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ในแนวทาง ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ที่มั่นคงให้กับพี่น้องประชาชน
สำหรับการหารือถือเป็นครั้งแรก ซึ่งในอนาคต อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะได้เชิญให้ ดร.ไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ เข้าไปมอบนโยบายการทำงานให้กับ ข้าราชการใน กรมฝนหลวงและการบินเกษตรต่อไป



