สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ พบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นการเดินทางมายังกรุงวอชิงตันครั้งที่สอง นับตั้งแต่สงครามกับรัสเซียปะทุ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565


ทั้งนี้ เซเลนสกีขอบคุณความสนับสนุนของรัฐบาลวอชิงตันที่มอบให้แก่ยูเครน นับตั้งแต่วันแรกของการสู้รบ รวมถึงความช่วยเหลือรอบใหม่มูลค่า 128 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,632.70 ล้านบาท) ปัจจุบัน สหรัฐเป็นประเทศผู้มอบความช่วยเหลือรายใหญ่ที่สุดของยูเครน โดยให้การสนับสนุนไปแล้วมากกว่า 113,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.08 ล้านล้านบาท)


อย่างไรก็ตาม สภาคองเกรสมีมติเห็นชอบงบประมาณสนับสนุนยูเครนรอบล่าสุด เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว และนับตั้งแต่ต้นปีนี้ ซึ่งพรรครีพับลิกันกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร คำร้องของไบเดนในการขอให้สภาอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือยูเครนอีก 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 868,692 ล้านบาท) ยังคงไม่ผ่านความเห็นชอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ


นายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า สหรัฐควรปรับลดงบประมาณสนับสนุนยูเครน แล้วนำเงินส่วนนี้มาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศ อีกทั้งเน้นย้ำ “ความจำเป็น” ในการควบคุมค่าใช้จ่ายของภาครัฐด้วย


นอกจากนี้ แมคคาร์ธียังปฏิเสธคำร้องของผู้นำยูเครน ซึ่งขอให้แมคคาร์ธีจัดการประชุมวาระพิเศษสองสภา เพื่อให้ตนเองได้กล่าวถ้อยแถลง เหมือนการเยือนเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว จึงมีการวิเคราะห์จากหลายฝ่าย ว่าสะท้อน “ความเหนื่อยล้า” ของสังคมอเมริกัน ที่มีต่อการต้องคอย “เลี้ยงดู” ยูเครน ซึ่งยังไม่แน่ชัดด้วยว่า การสู้รบจะกินเวลาอีกนานเท่าใด.

เครดิตภาพ : AFP