สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ว่า รายงานเกี่ยวกับไฮโดรเจนของไออีเอ ระบุเสริมว่า จีนจะเป็นผู้นำด้านการใช้งานอิเล็กโทรไลเซอร์ เนื่องจากกำลังการผลิตอิเล็กโทรไลเซอร์ที่ติดตั้ง เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะสูงถึง 1.2 กิกะวัตต์ หรือคิดเป็น 50% ของกำลังการผลิดทั่วโลก หลังมีสัดส่วนเพียง 10% ของกำลังการผลิดทั่วโลกในปี 2563
ทั้งนี้ อิเล็กโทรไลเซอร์ คือ อุปกรณ์ทางอุตสาหกรรมสำหรับแยกไฮโดรเจนกับออกซิเจนภายในโมเลกุลน้ำ โดยใช้ไฟฟ้าที่ได้รับจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์ ลม หรือนิวเคลียร์ ซึ่งมันกลายเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทดแทนวิธีการผลิตไฮโดรเจนทางอุตสาหกรรแบบดั้งเดิม
China poised to dominate global electrolyser capacity, targeting 50% share by 2023, says @IEA.
— Fuel Cells Works (@fuelcellsworks) September 22, 2023
A remarkable surge from 10% in 2020 to 1.2GW highlights China's pivotal role in #ecofriendly energy transition.#HydrogenNews #FuelCells #Decarbonisehttps://t.co/bWFZj1UKQ9
แม้การผลิตไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำอาจแตะถึง 38 ล้านตันภายในปี 2573 ตราบใดที่โครงการทั้งหมดที่มีการประกาศไว้ ยังคงดำเนินต่อไป แต่ไออีเอ มีความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนอุปกรณ์ที่สูงขึ้น เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้โครงการต่าง ๆ ตกอยู่ในความเสี่ยง และลดผลกระทบของการสนับสนุนจากรัฐบาล ในการติดตั้งใช้งาน
นอกจากนี้ ไออีเอยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนไฮโดรเจนสีเทา จากการผลิตแบบดั้งเดิม ไปเป็นไฮโดรเจนสีเขียวทั่วโลก ซึ่งเป็นไปอย่างช้า และยังคงห่างไกลจากการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพอากาศ พร้อมกับเรียกร้อง ให้มีความร่วมมือระหว่างประเทศมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการแบ่งส่วนในตลาด.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



