เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนเป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้แบบองค์รวมแก่เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายหรือสุขภาพในศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กในโรงพยาบาล รุ่นที่ 2 ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยมีนางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผอ.สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) และ ผอ.เขต หรือผู้แทน จาก 245 เขตพื้นที่การศึกษาฯ ร่วมประชุม ณ โรงแรมบางกอกพาเลซ กรุงเทพมหานคร

สำหรับการอบรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีให้ผู้เกี่ยวข้องในการจัดการเรียนรู้แบบองค์รวมแก่เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือสุขภาพในศูนย์การเรียนสำหรับเด็กในโรงพยาบาล และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างทีมบุคลากรทางการแพทย์ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในการดูแลและจัดการเรียนรู้แบบองค์รวมแก่เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือสุขภาพ ในศูนย์การเรียนสำหรับเด็กในโรงพยาบาล โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ประกอบด้วย 1. การขับเคลื่อนนโยบาย การดำเนินงานโครงการศูนย์การเรียนสำหรับเด็กในโรงพยาบาล ร่วมกับการดำเนินงานตามโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเด็กป่วยในโรงพยาบาลตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่การปฏิบัติ : โดย ดร.สมพร หวานเสร็จ 2. ความเป็นมา ความสำคัญ สถานการณ์ในปัจจุบันและแนวทางในการดำเนินงานของโครงการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเด็กป่วยในโรงพยาบาล ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี : โดย รศ.พญ.อดิศร์สุดา เฟื่องฟู หัวหน้าศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเด็กป่วยในโรงพยาบาลตามพระราชดำริกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางพัฒนาการและพฤติกรรมเด็กสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และ 3. แบ่งกลุ่มวิเคราะห์นโยบาย การขับเคลื่อนนโยบาย และสถานการณ์ในปัจจุบัน ทิศทางการดำเนินโครงการศูนย์การเรียนสำหรับเด็กในโรงพยาบาลและโครงการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเด็กป่วยในโรงพยาบาลตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี : โดย ดร.ปฐมเกียรติ ไชยคำ ผอ.สพป.สระบุรี เขต 1 และคณะ

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช กล่าวว่า การดำเนินงานให้ประสบผลสำเร็จนั้น ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาหรือผู้ที่รับผิดชอบด้านงานการจัดการเรียนสำหรับเด็กในโรงพยาบาล คือคนที่สำคัญต้องมีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ เจตคติที่ดี รวมถึงการให้ความรู้ การสร้างเครือข่าย และแลกเปลี่ยนความรู้ทีมบุคลากรที่เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการให้โอกาส สร้างโอกาสเติมเต็มให้กับเด็กของเราในการพัฒนาตนเองและการเรียนรู้ ซึ่งการดำเนินงานของการศึกษาพิเศษ เป็นการให้การศึกษาสำหรับเด็กในโรงพยาบาล เป็นศูนย์การเรียน สำหรับเด็กที่ไม่มีโอกาสได้มาเรียน เนื่องจากสภาพร่างกาย จิตใจ รวมถึงสุขภาพต่างๆ ที่ต้องมารักษาตัวในโรงพยาบาล ปัจจุบันระบบการอยู่ในโรงพยาบาลเป็นที่สมบูรณ์แล้ว เหลือแค่การส่งต่อเข้าสู่โรงเรียน และเมื่อเด็กเข้าสู่โรงเรียน ยังต้องการการประคับประคองจากครู ที่ต้องดูแล เติมเต็มด้วยศักยภาพซึ่งเป็นประเด็นที่ท้าทาย เพื่อให้เด็กทุกคนได้มีโอกาส สร้างคุณภาพชีวิตของตนเอง และเข้าสู่ระบบปกติได้อย่างมีความสุข สิ่งเหล่านี้เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรในการทำหน้าที่ครูอย่างแท้จริงด้วยเช่นกัน ”เพราะความสำเร็จในการพัฒนาการของเด็ก คือ รางวัลของการทำงานของ สพฐ.”

“ทั้งนี้ ขอชื่นชมบุคลากรที่อยู่ในศูนย์การเรียนสำหรับเด็กที่อยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างกิจกรรมเพื่อดึงศักยภาพนักเรียนให้เกิดพัฒนาการอย่างรวดเร็ว ได้คลายความเครียด ส่งผลให้เด็กได้รับการรักษาและฟื้นฟูควบคู่กันไป และยังเป็นบุคลากรที่ได้รับความรู้จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เป็นบุคคลที่อยู่กับเด็กนักเรียน เพราะเด็กนักเรียนให้ความไว้วางใจ ทำให้ทราบรายละเอียดทั้งหมดซึ่งเป็นผลดีอย่างยิ่งทั้งต่อการวางแผนการรักษาและการวางแผนทางด้านการเรียน และยังเป็นสะพานในการเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ เพราะศูนย์การเรียนสำหรับเด็กในโรงพยาบาลมีสื่อที่พร้อม แต่แพทย์พยาบาลยังไม่เพียงพอ และการที่มีครูเข้ามาช่วยก็ทำให้เกิดการเข้าถึงกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมการอ่านให้ฟัง กิจกรรมการร้องเพลง กิจกรรมเกมส์ ทั้งยังเป็นผู้ช่วยหมอได้เป็นอย่างดี เป็นผู้ที่ไว้วางใจของเด็กและผู้ปกครอง ทำให้เด็กรู้สึกเสมือนอยู่ในโรงเรียน และขอขอบคุณสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษที่จัดวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและเห็นถึงความตั้งใจที่จะส่งเด็กกลับเข้าสู่ระบบ โดยที่เด็กสามารถจะอยู่ในระบบได้อย่างมีความสุขและเป็นอนาคตของชาติต่อไปในอนาคต” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว