เมื่อวันที่ 11 ต.ค. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษก ศธ. เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานว่า การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นนัดแรกหลังจากที่ได้มีการแต่งตั้งผู้บริหารระดับ 11 ของ ศธ. ที่ทดแทนอัตราเกษียณอายุราชการอย่างเป็นทางการ ซึ่ง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ได้ติดตามประเด็นงานด้านต่างๆ ของทุกหน่วยงานในสังกัดว่ามีเรื่องใดที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข หรือเรื่องใดที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สังคมรับทราบถึงนโยบายการศึกษา นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ได้มีมติตีกลับงบประมาณ 7 พันล้าน ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เสนอให้ ครม. พิจารณา เนื่องจากการใช้งบของบางแผนงานอาจซ้ำซ้อนกับ ศธ. ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายเป็นนโยบายให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เคยทำความร่วมมือกับ กสศ. ไปหาข้อมูลที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของ กสศ. และจำนวนนักเรียนยากจนที่แท้จริงมีอยู่เท่าไหร่บ้าง เพื่อให้เกิดการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า อีกทั้ง รมว.ศธ. ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใสและให้ตรวจสอบได้ และการใช้งบประมาณทุกเรื่องจะต้องเกิดประโยชน์และคุ้มค่าต่อการลงทุน

โฆษก ศธ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมว่าขณะนี้มีศูนย์ Fix it Center ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยแล้ว โดยประชาชนสามารถเข้าใช้บริการตามจุดต่างๆ ได้ พร้อมกับหารือถึงกรอบระยะเวลาการปรับปรุงการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครู ส่วนประเด็นการย้ำนโยบายให้แก่ สอศ. และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เนื่องจากได้ผู้บริหารคนใหม่หรือไม่นั้น รมว.ศธ. ไม่ได้กำชับเรื่องใดเป็นพิเศษ แต่ขอให้ขับเคลื่อนนโยบายเรียนดีมีความสุขให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันเลขาธิการ สกศ. ก็ยังได้รายงานถึงการจัดทำแผนการศึกษาชาติ และร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ที่จะเร่งดำเนินการจัดทำร่างใหม่ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว