สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กล่าวระหว่างการเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ ผู้นำที่เข้าร่วมการประชุมข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (บีอาร์ไอ) ครั้งที่ 3 ณ มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และปีนี้ครบรอบ 10 ปี แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวด้วย ว่าโลกในยุคปัจจุบันไม่ได้เงียบสงบและสันติอีกต่อไป เศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดันบนทิศทางขาลง พัฒนาการโลกเผชิญกับความท้าทาย
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มทางประวัติศาสตร์ของสันติภาพ การพัฒนา ความร่วมมือ และชัยชนะร่วมกัน จะไม่มีทางหยุดชะงัก
ทั้งนี้ หนึ่งในผู้นำซึ่งเข้าร่วมการประชุมบีอาร์ไอครั้งนี้ คือประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งเป็นการเดินทางออกนอกรัสเซียมายังจีน เป็นครั้งแรกของปูติน นับตั้งแต่สงครามกับยูเครนปะทุ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 และการที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) หรือศาลอาญาโลก ออกหมายจับปูติน ฐานเป็นอาชญากรสงครามยูเครน เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาด้วย

ขณะเดียวกัน การหารือบีอาร์ไอครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการสู้รบอย่างดุเดือด ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส แม้สหรัฐและพันธมิตรตะวันตกแสดงจุดยืนสนับสนุนอิสราเอลอย่างชัดเจน แต่เรียกร้องจีนใช้อิทธิพลร่วมคลี่คลายสงครามครั้งนี้เช่นกัน จากการที่รัฐบาลปักกิ่งเป็นคนกลาง เจรจาจนซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน ฟื้นฟูความสัมพันธ์กัน เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
อนึ่ง นายหวัง อี้ รมว.การต่างประเทศจีน วิจารณ์ว่า สิ่งที่อิสราเอลกำลังปฏิบัติต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา “มากเกินขอบเขตของการป้องกันตัวเอง” อิสราเอลควรรับฟังเสียงเรียกร้องจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และประชาคมโลก ในการยุติปฏิบัติการโจมตีต่อประชาชนในฉนวนกาซา และขอให้คู่กรณีทุกฝ่ายเจรจากันโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งส่งนายจ๋าย จวิน ทำหน้าที่ผู้แทนพิเศษในการเยือนตะวันออกกลาง.
เครดิตภาพ : AFP



