ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.เกียรติชัย เกิดโชค ผกก.สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ตามที่มีประชาชน รวมถึงผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง ได้ร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติการณ์การขายยาโดยไม่ใช่เภสัชกร พร้อมมีการลักลอบจำหน่ายน้ำต้มกระท่อม ผสมยาแก้ไอ “4X100” ยาน้ำแก้ไอ ยาแก้แพ้ ยาแคปซูลเขียวเหลืองให้กับเด็ก และนักเรียน กลุ่มเยาวชน และในบรรดากลุ่มวัยรุ่น เพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิด โดยนำไปผสมเป็นยาเสพติด โดยมีนักเรียน และกลุ่มเยาวชนเข้าไปซื้อมาผสมกับน้ำกระท่อม เกรงว่าอาจสร้างปัญหาให้แก่สังคม จึงสั่งการให้ พ.ต.ต.นาวิน กันพิพิช สวป. พร้อมด้วย ร.ต.อ.จิระพจน์ ปลอดขำ รอง สวป. นำกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจรถจักรยานยนต์ และสายตรวจรถยนต์ ลงพื้นที่ตรวจสอบเป้าหมายทันที

เบื้องต้นตรวจสอบอาคารพาณิชย์ชั้นเดียว เลขที่ 279/5 พิกัดอยู่ริมถนนสายบางลี่-สุพรรณบุรี หมู่ 1 ต.บางพลับ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พบว่า หน้าร้านมีป้าย”แบงค์ในกระท่อม”เปิดขายน้ำใบกระท่อม และเครื่องดื่ม โดยมี นายนนทชาติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี หรือแบงค์ ซึ่งเป็นชาวจังหวัดปทุมธานี แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน พร้อมนำพาเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบว่า น้ำต้มกระท่อมผสมยาแก้ไอ บรรจุขวดพลาสติก ขนาดบรรจุ 3.5 ลิตร จำนวน 6 ขวด ยาแผนปัจจุบันประกอบด้วย ยาแก้ปวดชนิดแคปซูล ยาแก้ไอชนิดน้ำ ชนิดบรรจุขวด หลายยี่ห้อ เตรียมไว้สำหรับจำหน่าย มีปริมาณรวมกันเป็นจำนวนมากกว่า 20 รายการ ทั้งนี้ยังพบว่า ยาน้ำแก้ไอดังกล่าว มีส่วนผสมของไดเฟนไฮดรามีน หรือโปรเมทาซีน หรือเดกซ์โตรเมธอร์แฟน เป็นส่วนประกอบ ซึ่งสามารถนำยาน้ำแก้ไอดังกล่าว ไปใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ได้อีกด้วย

จากการสอบสวน นายนนทชาติ ให้การรับสารภาพว่า ได้จำหน่ายน้ำต้มกระท่อมผสมยาแก้ไอ ที่นำมาแช่เย็นพร้อมจำหน่ายราคาขวดละ 80 บาท และจำหน่ายยาน้ำแก้ไอชนิดต่างๆ ราคา 40-60 บาทให้กับเด็กนักเรียน และกลุ่มวัยรุ่น รวมถึงผู้ใช้แรงงานในพื้นที่มานาน 7 เดือน มีรายได้วันละ 3,000-5,000 บาท เบื้องต้นแจ้งข้อหา ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต (ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ม.12 และ ม.103) และฝ่าฝืนประกาศซึ่งออกตามมาตรา 6(8) พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 424 พ.ศ.2564 จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งมอบให้ พ.ต.ต.วิวัฒน์ เหลืองวัฒนวิไล สว.(สอบสวน) ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีประชาชนแจ้งว่า ที่ผ่านมามีพ่อค้านำพืชใบกระท่อม น้ำต้มใบกระท่อม และยาน้ำแก้ไอ มาจำหน่าย โดยนำมาผสมกับน้ำอัดลม เมื่อดื่มไปแล้วก็จะมีอาการมึนเมาคล้ายยาเสพติด ทำให้เยาวชน และลูกหลานไปซื้อมาดื่มกัน ทำให้บรรดาผู้ปกครองได้รับความเดือดร้อน และเกรงว่าจะถลำลึกเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดชนิดอื่นๆ ที่รุนแรง ขณะที่ผู้ค้าบางรายกล่าวว่า ไม่ทราบว่าไม่อนุญาตให้ขายน้ำกระท่อม “การขายน้ำกระท่อมได้ หรือไม่?” และผิดกฎหมาย หรือไม่นั้น ซึ่งทาง เลขาธิการฯ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สรุปไว้ดังนี้ 1. ปลูก ซื้อ ขาย ต้นกระท่อมได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.64 ที่ผ่านมา 2. การขายใบสด ลำต้น เมล็ด ฯลฯ ทำได้หมด ไม่ผิดกฎหมาย 3.กรณีต้มน้ำกระท่อมดื่มเอง หรือแจกจ่ายกัน โดยไม่มีลักษณะเชิงพาณิชย์ สามารถทำได้ อย่างเต็มที่ 4. กรณีต้มน้ำกระท่อมเพื่อขาย ยังติดข้อห้าม ตามประกาศกระทรวงสาธารสุข ฉบับที่ 454 ออกตาม พ.ร.บ.อาหาร ปี 2522 ว่าด้วยเรื่องกำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายที่ระบุบัญชีแนบท้ายไว้หลายรายการ และกระท่อมสารสกัด เป็นหนึ่งในบัญชีแนบท้ายรายการที่ 52 ยังถูกจำกัดห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ดังนั้นการต้มน้ำกระท่อมขายตามท้องถนน ยังทำไม่ได้ สรุปคือน้ำกระท่อมต้มได้ กินเองได้ แต่ยังขายเชิงพาณิชย์ไม่ได้ เพราะขัดระเบียบ สธ. นั่นเอง” พ.ต.อ.เกียรติชัย กล่าว.