เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศ แถลงถึงการเยือนประเทศกาตาร์และอียิปต์ ระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อหารือกับบุคคลสำคัญของ 3 ประเทศ คือ กาตาร์ อียิปต์ และอิหร่าน เพื่อขอให้ช่วยเจรจากับกลุ่มฮามาส ให้ปล่อยตัวประกันชาวไทย ว่า ในการเยือนกาตาร์และอียิปต์ครั้งนี้ ตนได้หารือกับนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศของกาตาร์ รมว.ต่างประเทศอิหร่าน และรมว.ต่างประเทศอียิปต์ ซึ่งทั้ง 3 ประเทศนี้ เป็นมิตรประเทศของไทย และยังเป็นประเทศที่มีช่องทางที่สามารถพูดคุยกับปาเลสไตน์ และแกนนำกลุ่มฮามาสได้ โดยจากการหารือดังกล่าว 3 ประเทศนี้ได้แสดงท่าทีพร้อมช่วยเหลือไทยอย่างเต็มที่ แต่มีรัฐมนตรีหลายคนไม่ทราบว่าแรงงานไทยเข้าไปทำงานอะไรในอิสราเอล โดยเขาคิดว่าคนเหล่านี้ไปทำธุรกิจหรือตั้งบริษัท ตนจึงชี้แจงให้ พวกเขาทราบว่าแรงงานไทยในอิสราเอลส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร และมาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย แล้วไปทำมาหากินในอิสราเอล เพื่อหารายได้ส่งกลับมาให้ครอบครัวที่ประเทศไทย แรงงงานไทยจึงไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือความขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งรัฐมนตรีประเทศต่างๆ รู้สึกตกใจ ขณะที่ตนขอให้ทั้ง 3 ประเทศนี้ ช่วยนำข้อมูลดังกล่าว ไปสื่อสารกับกลุ่มฮามาส เพื่อให้กลุ่มฮามาสทราบว่าคนไทยที่ถูกพวกเขาจับไปนั้นเป็นเกษตรกร
นายปานปรีย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ข้อมูลจากการหารือมีสิ่งที่ทำให้ตนแปลกใจ คือกลุ่มฮามาสที่จับตัวคนไทยนั้น ไม่ได้มีกลุ่มเดียว แต่อาจมี 2 กลุ่มขึ้นไป ทำให้การเจรจาเพื่อให้ปล่อยตัวประกันนั้น ไม่สามารถเจรจากับกลุ่มฮามาสได้แค่กลุ่มเดียว จึงอาจต้องแยกไปเจรจากับกลุ่มที่ 2 หรือ 3 ด้วย อย่างไรก็ตาม ตนได้ขอร้องให้ 3 ประเทศนี้ ช่วยผลักดันการเจรจาเพื่อให้ปล่อยตัวคนไทยเร็วที่สุด ขณะที่เขาบอกว่า เนื่องจากเวลานี้ยังอยู่ในช่วงสู้รบ จึงอยากให้ไทยสนับสนุนให้มีการหยุดยิงโดยเร็ว ซึ่งถ้ามีการหยุดยิง จะทำให้มีโอกาสปล่อยตัวประกันได้เร็วขึ้นด้วย สำหรับนายกรัฐมนตรีกาตาร์ เชื่อว่าคนไทยจะได้รับการปล่อยตัวเป็นกลุ่มแรก ซึ่งทำให้ตนรู้สึกสบายใจขึ้น ส่วน รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ที่หลายฝ่ายเชื่อว่ามีความใกล้ชิดกับกลุ่มฮามาสนั้น ได้รับปากกับตนว่า จะช่วยเจรจาให้มีการปล่อยตัวคนไทยโดยเร็ว เช่นเดียวกับ รมว.ต่างประเทศอียิปต์ ได้รับปากว่าจะรีบดำเนินการช่วยหาทางให้มีการปล่อยตัวคนไทยด้วย นอกจากนี้ ตนได้แจ้งต่อทั้ง 3 ประเทศด้วยว่า หากมีการปล่อยตัวประกันชาวไทยแล้ว ขอให้เขาช่วยแจ้งต่อเอกอัครราชทูตไทยที่ประจำประเทศเหล่านี้ได้รับทราบทันที เพื่อที่เราจะเตรียมไปรับตัวคนไทย ซึ่ง รมว.ต่างประเทศอียิปต์ อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของไทย สามารถเข้าไปรับตัวประกันชาวไทยที่จุดผ่านแดนราฟาห์ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าทีมงานของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ที่กำลังพยายามเจรจาเพื่อขอให้มีการปล่อยตัวคนไทยด้วยนั้น ได้มีการทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยด้วยหรือไม่ นายปานปรีย์ กล่าวว่า ขอขอบคุณที่ทุกคนและกลุ่มต่างๆ ที่พยายามช่วยเหลือเพื่อให้มีการปล่อยตัวคนไทยได้กลับมาอย่างปลอดภัย และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีความตั้งใจ และอาศัยเครือข่ายที่มีอยู่ รัฐบาลไทยไม่ได้จำกัดเฉพาะการทำงานของฝ่ายรัฐบาล แต่หากภาคเอกชนหรือฝ่ายการเมือง มีเครือข่ายที่เข้ามาช่วยด้วย ตนก็ยินดีและดีใจด้วยซ้ำที่จะช่วยให้คนไทยกลับมาเร็วที่สุด
เมื่อถามว่านายปานปรีย์ มีแผนที่จะไปหารือกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอ่าวอาหรับหรือไม่ นายปานปรีย์ กล่าวว่า ถ้ามีประเทศใดช่วยเหลือ เราได้ ก็พร้อมจะไปพูดคุย
ต่อข้อถามว่ามีกระแสข่าวบางส่วน อ้างว่ามีแรงงานไทยในอิสราเอลอีกหลายสิบคน ถูกจับเป็นตัวประกันด้วย นายปานปรีย์ กล่าวว่า ข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ที่ประสานงานกับรัฐบาลอิสราเอลนั้น ยืนยันว่ามีคนไทยที่ถูกจับไปจำนวน 23 ราย ไม่ได้มีการจับตัวเพิ่มเติม



