สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ “การแนะนำ” ให้มีการเจรจาอย่างเป็นทางการ กับยูเครนและมอลโดวา เพื่อปูทางสู่การให้ทั้งสองประเทศเข้าเป็นสมาชิกลำดับต่อไปของสหภาพยุโรป (อียู)
Another historic step for the citizens of ???????????????????????????????? regarding their ???????? aspirations.
— European Commission (@EU_Commission) November 8, 2023
We’ve adopted our 2023 Enlargement Package recommending to open negotiations with Ukraine and Moldova, to grant candidate status to Georgia, and to open accession negotiations with Bosnia and… pic.twitter.com/Ipr61YHFSz
ทั้งนี้ สมาชิกอียูทั้ง 27 ประเทศ มีมติเมื่อเดือน มิ.ย. 2565 รับรองสถานะผู้สมัคร ให้แก่ยูเครนและมอลโดวา ทว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวของอียู สร้างความไม่พอใจอย่างหนัก ให้กับกลุ่มประเทศในคาบสมุทรบอลข่าน ที่ประกอบด้วย แอลเบเนีย บอสเนีย โคโซโว มอนเตเนโกร นอร์ทมาซิโดเนีย และเซอร์เบีย ซึ่งได้รับสถานะผู้สมัครเมื่อช่วง 1 ทศวรรษที่แล้ว กระนั้น ปัจจุบันมีเพียง แอลเบเนีย มอนเตเนโกร นอร์ทมาซิโดเนีย และเซอร์เบีย ที่อียูเริ่มเจรจา
On this historic day for Ukraine and Moldova, I was glad to speak with President @SanduMaiamd.
— Volodymyr Zelenskyy / Володимир Зеленський (@ZelenskyyUa) November 8, 2023
We exchanged congratulations on the European Commission’s report that recommends opening EU accession talks with our countries. We agreed to coordinate the next joint steps.
We also…
อย่างไรก็ตาม การได้รับสถานะนี้ ยังไม่ใช่การการันตีว่าจะได้เป็นสมาชิกเสมอไป และการรับรองอย่างเป็นทางการ ต้องได้รับฉันทามติจากสมาชิกปัจุบันทั้งหมด ซึ่งฮังการียังคงวิจารณ์ยูเครนอย่างหนัก เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศ และกลุ่มประเทศขนาดใหญ่ นำโดย เยอรมนี ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ ยืนกรานว่า “ไม่มีทางลัด” สำหรับยูเครน
อนึ่ง ตุรกีมีสถานะดังกล่าวตั้งแต่ปี 2542 และมีการเปิดการเจรจา เมื่อปี 2548 แต่การหารือชะงักในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ทั้งนั้น หากยูเครนได้รับการอนุมัติสถานะสมาชิก จะถือเป็นประเทศสมาชิกอียูซึ่งมีอาณาเขตใหญ่ที่สุด และมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 5 ของสหภาพ.
เครดิตภาพ : AFP



