สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ว่า รายงานของ “แลนเซต เคาต์ดาวน์” ซึ่งเป็นการประเมินประจำปีครั้งสำคัญ ที่จัดทำโดยนักวิจัยและสถาบันชั้นนำ ระบุว่า ความร้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เป็นหนึ่งในรูปแบบการคุกคามสุขภาพของมนุษย์ อันเกิดจากใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก
ขณะที่นักวิจัยหลายคนเตือนว่า ภัยแล้งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกว่าเดิม จะทำให้ประชากรหลายล้านคนเสี่ยงต่อความอดอยาก, โรคติดเชื้อที่มียุงเป็นพาหะ จะแพร่กระจายไปไกลยิ่งขึ้น และระบบสุขภาพจะประสบความลำบาก ในการรับมือกับภาระดังกล่าว
อนึ่ง การประเมินข้างต้นมีขึ้นในช่วงที่คาดว่าเป็น “ปีที่ร้อนที่สุด” ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ และก่อนการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามกรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ครั้งที่ 28 หรือ “คอป28” ซึ่งจะมีขึ้นที่เมืองดูไบ ในเดือน ธ.ค. นี้
Heat Projected To Kill Nearly Five Times More People By 2050 https://t.co/4GWpptLi9E pic.twitter.com/1uMwg22ZhF
— NDTV (@ndtv) November 15, 2023
งานศึกษาของแลนเซต เคาต์ดาวน์ พบว่า ผู้คนทั่วโลกเผชิญกับอุณหภูมิเป็นอันตรายถึงชีวิตโดยเฉลี่ย 86 วัน เมื่อปีที่แล้ว อีกทั้งจำนวนผู้เสียชีวิตจากความร้อน ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ก็มีสัดส่วนเพิ่มมากถึง 85% จากช่วงปี 2534-2543 ถึงปี 2557-2565
“อย่างไรก็ตาม ผลกระทบเหล่านี้ที่เราเห็นในปัจจุบัน อาจเป็นเพียงสัญญาณเริ่มต้นของอนาคตที่อันตรายมาก” นางมารินา โรมาเนลโล กรรมการบริหารของแลนเซต เคาต์ดาวน์ กล่าวกับนักข่าว
ภายใต้สภาวการณ์ที่โลกร้อนขึ้น 2 องศาเซลเซียส ภายในสิ้นศตวรรษนี้ การเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนในแต่ละปี คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 370% ภายในปี 2593 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 4.7 เท่า จากตัวเลขในปัจจุบัน
นอกจากนี้ โรมาเนลโลยังกล่าวเตือนว่า หากไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเน้นย้ำที่เพิ่มขึ้นต่อประเด็นด้านสุขภาพ ในการเจรจาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นเพียง “คำพูดที่ว่างเปล่า”.
เครดิตภาพ : AFP



