เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ รองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงภาพรวมสถานการณ์โควิดพบผู้ป่วยรายใหม่ 12,709 ราย, มียอดสะสมผู้ป่วยจำนวน 1,489,186 ราย, รักษาตัวอยู่ 132,573 ราย, เป็นการรักษาอยู่ใน รพ. 43,966 ราย, ใน รพ.สนาม 88,607 ราย, มีผู้เสียชีวิตรายใหม่ 106 ราย, รวมยอดสะสมของผู้เสียชีวิต 15,469 ราย ทั้งนี้มีผู้ที่มีอาการหนัก 3,582 ราย ซึ่งมีผู้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 773 ราย ยอดสะสมผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-19 ก.ย.2564 มีจำนวน 44,742,049 โด๊ส แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 29,002,572 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 15,118,015 ราย เข็มที่ 3 จำนวน 621,462 ราย

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ทั้งนี้ กราฟแสดงอัตราการติดเชื้อในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีทิศทางที่ลดลงอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับกรณีของ 48 จังหวัด และพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 19 จังหวัด แต่กราฟแสดงอัตราการติดเชื้อในเรือนจำและกรณีของพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับเริ่มสูงชัน เพราะพบว่าอัตราการติดเชื้อ อัตราผู้ป่วยหนัก และจำนวนผู้เสียชีวิต เริ่มสูงขึ้นอีกทั้ง อัตราการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครอบคลุมจำนวนประชากรในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่อนข้างน้อย โดยมี จ.ยะลา ที่มีการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชาชนกลุ่ม 608 (คือกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป, กลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว 7 โรคเสี่ยง, หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป) ได้เป็นจำนวนเกิน 70 เปอร์เซ็นต์

รองโฆษก ศบค. กล่าวอีกว่า ส่วนจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมาก 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ 2,831 ราย 2.สมุทรปราการ 942 ราย 3.ชลบุรี 532 ราย 4.ระยอง 451 ราย 5.ยะลา 440 ราย 6.ราชบุรี 424 ราย 7.นครศรีธรรมราช 338 ราย 8.สงขลา 334 ราย 9.นนทบุรี 329 ราย 10.สมุทรสาคร 325 ราย ขณะที่ จ.บึงกาฬ เป็นจังหวัดเดียวที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่.