นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยหลังการประชุมนานาชาติด้านการประมง 11th International Fisheries Symposium (IFS) 2023 ภายใต้หัวข้อ “การสร้างการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ยั่งยืน สำหรับอนุชนรุ่นหลัง” (Building Sustainable Fisheries and Aquaculture for Future Generations) เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และความร่วมมือ สู่แนวทางในการกำหนดทิศทางอนาคตการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ตลอดจนเป็นการความตระหนักถึงความสำคัญในแนวทางปฏิบัติด้านการประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมีความรับผิดชอบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้นําการผลิตอาหารทะเลและผลิตภัณฑ์ประมงของโลก มีชนิดพันธุ์สัตว์น้ำทะเลและน้ำจืดหลากหลายสายพันธุ์ และมีอุตสาหกรรมการประมงที่มีความเจริญรุ่งเรือง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นภาคส่วนที่เติบโตอย่างรวดเร็วมากที่สุดภาคส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงกุ้งที่มีบทบาทสําคัญในอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ แม้จะยังเผชิญกับความท้าทายหลายอย่าง เช่น โรคสัตว์น้ําและปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม แต่ก็สามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมในโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งหวังที่จะรักษาผลผลิตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการสร้างสมดุลระหว่างการจัดการทรัพยากรประมงกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม การเพิ่มความมั่งคั่งให้กับเกษตรกร โดยใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพื่อให้การประมงของไทย สามารถแข่งขันได้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และมีความหลากหลาย รวมทั้ง สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)

สำหรับการประชุมดังกล่าว เป็นการประชุมประจำปีของเครือข่ายสถาบันการจัดการศึกษาด้านประมงของอาเซียน (ASEAN-FEN) โดยกรมประมงให้การสนับสนุนร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤศจิกายน 2566 โดยมีการนำเสนอ 7 หัวข้อที่น่าสนใจเกี่ยวกับการประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทย อุตสาหกรรมประมงของภูมิภาคอาเซียน อาทิ การใช้ประโยชน์จากการผลิต อาร์ทีเมียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีและการจัดการทรัพยากรประมง โภชนาการอาหารสัตว์น้ำ ชีววิทยาสัตว์น้ำ การจัดการสุขภาพสัตว์น้ำ ฯลฯ  อีกทั้งยังมีการสัมมนาใน 3 หัวข้อพิเศษ ได้แก่ แนวทางการเลี้ยงกุ้งในอนาคต การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตลอดห่วงโซ่การผลิต คุณค่าสาหร่ายทะเล ตลอดจนมีการนำคณะลงพื้นที่ศึกษาดูงานในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 ณ ท่าเทียบเรือประมง สมุทรสาครและศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจประมงเขต 5 (สมุทรสาคร) และฟาร์มเลี้ยงกุ้ง จังหวัดฉะเชิงเทรา

นอกจากนี้ กรมประมง ได้ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย และ  Shanghai Ocean University จัดการประชุม GIANT PRAWN 2023 (GP 2023) ระหว่างวันที่ 27- 29 พฤศจิกายน 2566 เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และเป็นการประชุมหารือแนวทางในการพัฒนาการผลิตกุ้งก้ามกรามอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value chain) ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จังหวัดปทุมธานี โดยมีนักวิจัยด้านการประมงทั้งจากภาครัฐและเอกชน รวมถึงเกษตรกรและผู้ประกอบการด้านการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามเข้าร่วมการประชุมฯ