สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ว่า กิจกรรมความร่วมมือทางทะเลดังกล่าว เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังสหรัฐจัดการลาดตระเวนที่คล้ายคลึงกัน ร่วมกับฟิลิปปินส์ ในทะเลจีนใต้
ในแถลงการณ์ร่วม รมว.กลาโหมของออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์ ระบุว่า การลาดตระเวนเป็นระยะเวลา 3 วัน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกัน ในการใช้เสรีภาพในการการเดินเรือ และการบินผ่านน่านฟ้า ที่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ
อนึ่ง ทางการฟิลิปปินส์จะส่งเรือ 2 ลำ และเครื่องบินตรวจการณ์ 5 ลำ เข้าร่วมกับเรือรบ “เอชเอ็มเอเอส ทูวูมบา” และเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล “พี-8เอ” ของออสเตรเลีย
The Philippines and Australia began their first joint sea and air patrols in the South China Sea on Saturday, days after Manila took similar steps with the U.S. as Pacific nations warily eye an increasingly assertive China. https://t.co/jwHIis2rUg
— The Japan Times (@japantimes) November 25, 2023
ด้านนายอาร์เซนิโอ อันโดลอง โฆษกกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ กล่าวว่า การลาดตระเวนทางทะเลครั้งนี้ จัดขึ้นภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (อีอีแซด) ของฟิลิปปินส์
ขณะที่ ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ ระบุเสริมว่า การลาดตระเวนร่วมข้างต้น ถือเป็นการแสดงให้เห็นในทางปฏิบัติ ของความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์และการป้องกันระหว่างสองประเทศ ที่กำลังเติบโตและลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ก่อนหน้านี้ในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา มาร์กอส และนายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบาเนซี ผู้นำออสเตรเลีย ร่วมลงนามในข้อตกลง การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้เกิดการขยายความร่วมมือในหลายด้าน ตั้งแต่การป้องกันและความมั่นคง ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และการศึกษา
ทั้งนี้ทั้งนั้น การลาดตระเวนของฟิลิปปินส์ ร่วมกับสหรัฐ และออสเตรเลีย ที่รอคอยมาอย่างยาวนาน เกิดขึ้นภายหลังรัฐบาลปักกิ่ง และรัฐบาลมะนิลา มีความตึงเครียดสูงขึ้น เกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องดินแดนในทะเลจีนใต้.
เครดิตภาพ : X / @DefenceAust Australia Defence Force



