เมื่อวันที่ 3 เม.ย.69 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ว่า ได้เร่งบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อร่วมกันลดปัญหามลพิษข้ามแดนอย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานแบ่งออกเป็นหลายด้าน ทั้งการประสานงาน การควบคุมสถานการณ์ และการบรรเทาผลกระทบ โดยมีการติดตามข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) และสถานการณ์มลพิษอย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานผลแบบเรียลไทม์

ในส่วนของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ยอมรับว่าการปฏิบัติงานเป็นไปอย่างยากลำบาก เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครต้องทำงานต่อเนื่องหลายวัน ทั้งกลางวันและกลางคืน ท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย โดยบางรายได้รับบาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จึงได้เน้นย้ำให้มีการดูแลสวัสดิการและความปลอดภัยอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ รัฐบาลยังจัดสรรงบประมาณเพื่อจ้างแรงงานในพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนตามแนวชายแดน เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเชื้อเพลิงในป่า เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่าในระยะยาว

สำหรับสาเหตุของปัญหา พบว่ามาจากทั้งธรรมชาติ เช่น ใบไม้แห้งสะสม และพฤติกรรมการเผาของประชาชนบางส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องใช้มาตรการ “ชิงเผา” เพื่อกำจัดเชื้อเพลิงในพื้นที่เสี่ยง พร้อมย้ำว่า การเผาที่ผิดกฎหมายจะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ นายสุชาติ รมว.ทส. ยังขอความร่วมมือประชาชนให้ลดการเผาในที่โล่ง และร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหา PM2.5 เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ไม่ควรถูกนำไปเป็นประเด็นทางการเมือง อีกทั้งได้ยกตัวอย่างการทำงานเชิงรุกในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ผ่านมา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ เช่น การตรวจจับรถควันดำ และการจำกัดช่วงเวลาการเข้าพื้นที่ของรถบรรทุก จนสามารถลดระดับมลพิษได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันของประเทศอย่างยั่งยืน






