นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบดิจิทัลของประเทศ โดยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ผลักดันไทยเป็นรัฐบาลดิจิทัล ใช้เทคโนโลยียกระดับชีวิต เศรษฐกิจ และความโปร่งใสของภาครัฐ โดยดีอี มีนโยบายการพัฒนาบุคลากรทั้งในระดับประเทศ ระดับหน่วยงาน  และระดับบุคคล ในเรื่องทักษะด้านดิจิทัล เพื่อให้มีขีดความสามารถและความพร้อมในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
 

โดยได้มีการริเริ่มกลุ่มเป้าหมายที่เป็นบุคลากรภาครัฐ ซึ่งได้พัฒนาความสามารถของทักษะด้านดิจิทัล แบ่งเป็น 7 กลุ่มความสามารถ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ความสามารถด้านความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล กลุ่มที่ 2  ความสามารถด้านการควบคุมกำกับ และการปฏิบัติตามกฎหมาย นโยบาย และมาตรฐานการจัดการด้านดิจิทัล กลุ่มที่ 3 ความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับศักยภาพองค์กร

กลุ่มที่ 4  ความสามารถด้านการออกแบบกระบวนการและการให้บริการด้วยระบบดิจิทัล กลุ่มที่ 5 ความสามารถด้านการบริหารกลยุทธ์และการจัดการโครงการ กลุ่มที่ 6 ความสามารถด้านผู้นำดิจิทัล และ กลุ่มที่ 7  ความสามารถด้านการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ดีอี ยังได้จัดตั้ง สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ บีดีไอ โดยมี คณะกรรมการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ เป็นผู้ดูแลและดำเนินภารกิจเพื่อการจัดทำยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป


“ทั้งหมดที่กล่าวมารัฐบาล และ ดีอี ถือเป็นวาระแห่งชาติ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมดิจิทัล โดยดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเร่งดำเนินการขับเคลื่อนในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัล  ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านดิจิทัลของประเทศให้ยั่งยืนต่อไป” นายประเสริฐ กล่าว