ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดปฏิบัติการพิเศษ “พญานาคราช” ป้องกันและปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายโดยมีนายไชยาพรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายอภัยสุทธิสังข์รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วม ณ ศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากรสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพฯ พร้อมมอบธงและปล่อยขบวนชุดปฏิบัติการพิเศษ 4 ชุดได้แก่พญานาคราช (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ฉลามขาว (กรมประมง) พญาไท (กรมปศุสัตว์) สารวัตรเกษตร (กรมวิชาการเกษตร) ออกปฏิบัติการฯพร้อมเปิดทุกกระบวนการตรวจสอบการนำเข้าสินค้าประมงตั้งแต่การ X-Ray ตู้สินค้าประมงนำเข้าเพื่อวิเคราะห์ตรวจสอบสินค้าภายในตู้และการเปิดตู้คอนเทนเนอร์เพื่อตรวจสอบสินค้าประมงนำเข้าตลอดจนนำเสนอนิทรรศการกระบวนการตรวจสินค้าเกษตรนำเข้า (พืชประมงปศุสัตว์) ให้ได้เรียนรู้และเข้าใจอย่างถูกต้อง
รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า “ต่อจากนี้ชุดปฏิบัติการพิเศษ “พญานาคราช” จะดำเนินการตรวจสอบสินค้าภาคการเกษตรทุกประเภทที่นำเข้าสู่ราชอาณาจักรแบบผิดกฎหมายที่ไม่ผ่านขั้นตอนของศุลกากรกรมประมงกรมปศุสัตว์และกรมวิชาการเกษตรโดยจะใช้ชุดปฏิบัติการนี้ในการป้องกันปราบปรามตรวจยึดและดำเนินคดีอย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายผมและท่านไชยาพรหมารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเข้มข้นซึ่งจะเห็นการปราบปรามอย่างจริงจังภายใต้การทำงานของทั้ง 4 หน่วยงานที่สามารถเข้าตรวจค้นได้ทุกที่โดยไม่ต้องขอหมายศาล”
ด้านนายบัญชา สุขแก้วรองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป้องกันและปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ (พญานาคราช) เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องได้แก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติกองทัพไทยสำนักงานอัยการสูงสุด กรมปศุสัตว์ กรมประมง และกรมวิชาการเกษตรจำนวนกว่า 70 นายเพื่อร่วมบูรณาการปราบปรามการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรผิดกฎหมายทั้งด้านพืชประมงปศุสัตว์และกำหนดนโยบายแนวทางมาตรการในการขับเคลื่อนการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เนื่องจากการลักลอบนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยชุดปฏิบัติการพญานาคราชภายใต้การกำกับดูแลและขึ้นตรงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการเร่งรัดตรวจสอบติดตามจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายเสริมทัพความเข้มแข็งให้กับชุดปฏิบัติการพิเศษ (เดิม) ของกรมประมง กรมปศุสัตว์กรมวิชาการเกษตรและต้องมีการรายงานผลการทำงานให้รัฐมนตรีฯทราบทุก 15 วัน
สำหรับในปี 2565 ประเทศไทยมีผลผลิตประมงที่ได้จากการจับจากธรรมชาติและจากการเพาะเลี้ยงทั้งหมด 2.39 ล้านตันและมีการนำเข้าสินค้าประมงปริมาณ 2.19 ล้านตันมูลค่า 158,431 ล้านบาทโดยสินค้านำเข้าหลักได้แก่ปลาสดแช่เย็นแช่แข็งปริมาณ 808,539 ตันทูน่าสดแช่เย็นแช่แข็ง 727,709 ตันหมึกสดแช่เย็นแช่แข็ง 182,049 ตันเพื่อบริโภคภายในประเทศและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับส่งออกจำหน่ายไปยังต่างประเทศ โดยมีปริมาณการส่งออกสินค้าประมงรวม 1.60 ล้านตันมูลค่า 229,123 ล้านบาทซึ่งสินค้าส่งออกหลักได้แก่ทูน่ากระป๋อง 76,633 ล้านบาท กุ้งและผลิตภัณฑ์ 52,623 ล้านบาทอาหารแมวและสุนัขกระป๋อง 18,063 ล้านบาทซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการสุ่มเปิดตรวจสินค้าพบการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการประมงพ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติมรวมจำนวนทั้งสิ้น 6 คดีในปี 2565 และพบการกระทำผิด 9 คดีในปี 2566 (ข้อมูลณวันที่ 27 พ.ย. 66) โดยส่วนใหญ่เป็นคดีการลักลอบนำเข้าสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดขอความร่วมมือแจ้งเบาะแสได้ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกรมประมง https://www.fisheries.go.th/complain/accept_justice.php หรือสายด่วนกรมประมง : ศูนย์บริการนำเข้าส่งออกสัตว์น้ำและปัจจัยการผลิตโทร. 0-2579-1878, 0-2579-3614-5



