สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ว่านายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบาเนซี ผู้นำออสเตรเลีย และนายกรัฐมนตรีเจมส์ มาราเป ผู้นำปาปัวนิวกินี ลงนามร่วมกันในข้อตกลง ส่งเสริมและยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ การขัดขวางการค้ายาเสพติด และความรุนแรงระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ในปาปัวนิวกินี


ขณะที่มาราเปกล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อตกลงดังกล่าวรวมถึงการที่ออสเตรเลีย “จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น” กับกระบวนการตำรวจและงานด้านยุติธรรมของปาปัวนิวกินี ด้านอัลบาเนซีกล่าวว่า การขยายขอบเขตความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศในครั้งนี้ จะเป็นการส่งเสริม “เสถียรภาพระดับภูมิภาค”


สำหรับการลงนามในข้อตกลงขยายขอบเขตด้านความมั่นคง ระหว่างออสเตรเลียกับปาปัวนิวกินี เกิดขึ้นหลังปาปัวนิวกินีลงนามในข้อตกลงแบบเดียวกันนี้กับสหรัฐ เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบาเนซี ผู้นำออสเตรเลีย และนายกรัฐมนตรีเจมส์ มาราเป ผู้นำปาปัวนิวกินี ลงนามร่วมกันในข้อตกลงยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง ที่กรุงแคนเบอร์รา


แม้ไม่มีการพาดพิงอย่างตรงไปตรงมาถึงจีน แต่นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันจับตาการขยายอิทธิพลของอีกฝ่ายในภูมิภาคแห่งนี้ “อย่างใกล้ชิดและด้วยความวิตกกังวลมาตลอด” เนื่องจากหวั่นเกรงว่า จะสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมือง ความมั่นคงและเศรษฐกิจ ไปถึงดินแดนกวมของสหรัฐ และสถานการณ์ระหว่างจีนกับไต้หวัน


นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศมอบความช่วยเหลือให้แก่ปาปัวนิวกินี เป็นกรณีพิเศษอีก 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,587.08 ล้านบาท) เพื่อการจัดการและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเอชไอวี


อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายกังวลว่า ข้อตกลงระหว่างปาปัวนิวกินีกับทั้งสหรัฐและออสเตรเลีย จะกลายเป็นการแทรกซึมของ “อิทธิพลจากภายนอก” เข้ามาในประเทศ.

เครดิตภาพ : AFP