สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองเฉิงตู ประเทศจีน เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ว่าคณะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ห้องปฏิบัติการใต้ดินแห่งนี้จะเป็นพื้นที่ “สะอาด” สำหรับการแสวงหาสสารที่มองไม่เห็นหรือ “สสารมืด” โดยการตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ดินอย่างมาก จะช่วยสกัดกั้นรังสีคอสมิกส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสังเกตการณ์


รายงานระบุว่า ห้องปฏิบัติการใต้ดินลึกและรังสีพื้นหลังต่ำพิเศษสำหรับการทดลองทางฟิสิกส์แนวหน้า (ดียูอาร์เอฟ) ตั้งอยู่ใต้ภูเขาจิ่นผิง ในแคว้นปกครองตนเองเหลียงซาน ของกลุ่มชาติพันธุ์อี๋ ในมณฑลเสฉวน มีความจุของห้องรวม 330,000 ลูกบาศก์เมตร


ห้องปฏิบัติการแห่งนี้เป็นระยะที่ 2 ของห้องปฏิบัติการใต้ดินจิ่นผิงแห่งประเทศจีน เริ่มการก่อสร้าง เมื่อเดือนธ.ค. 2563 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยชิงหัว กับบริษัท ยาหลง ริเวอร์ ไฮโดรพาวเวอร์ เดเวลอปเมนต์ จำกัด


ทั้งนี้ ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ดินช่วยให้ห้องปฏิบัติการสัมผัสกับรังสีคอสมิก ในปริมาณเล็กน้อยมาก คิดเป็นหนึ่งร้อยในหนึ่งล้าน ของปริมาณการสัมผัสรังสีคอสมิกบนพื้นผิวโลก คณะนักวิทยาศาสตร์อนุมานว่า สสารที่มองเห็นได้คิดเป็นเพียงราวร้อยละ 5 ของจักรวาล ขณะที่สสารมืดและพลังงานมืด คิดเป็นราวร้อยละ 95 ของจักรวาล


ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องคาดหวังว่า ห้องปฏิบัติการจะเป็นศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์ใต้ดินลึกสหวิทยาการระดับโลก ซึ่งบูรณาการสาขาวิชาต่าง ๆ ทั้งฟิสิกส์อนุภาค ฟิสิกส์ดาราศาสตร์นิวเคลียร์ และชีววิทยาศาสตร์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การพัฒนาการวิจัย ในสาขาแนวหน้าที่เกี่ยวข้องของจีน


อนึ่ง ระยะที่ 1 ของห้องปฏิบัติการใต้ดินจิ่นผิงแห่งประเทศจีนก่อสร้างเสร็จสิ้นและเปิดใช้งาน เมื่อช่วงสิ้นปี 2563 มีความจุห้องราว 4,000 ลูกบาศก์เมตร และประสบผลสำเร็จทางวิทยาศาสตร์หลายรายการ ซึ่งยกระดับการทดลองตรวจจับสสารมืดของจีนสู่ระดับสูงบนเวทีโลก.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA