สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ว่าที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามกรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ครั้งที่ 28 ณ เมืองดูไบ มีมติเมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นการขยายเวลาการประชุม ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 30 พ.ย.-12 ธ.ค. ที่ผ่านมา รับรองแถลงการณ์ ว่าด้วยการเปลี่ยนผ่านจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ไปสู่การใช้พลังงานสะอาด


อนึ่ง นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 28 ปี ของการประชุมครั้งนี้ ซึ่งเป็นการหารือเกี่ยวกับสภาพอากาศในระดับนานาชาติ ที่ผู้แทนจากเกือบ 200 ประเทศ ร่วมกันกล่าวถึงพลังงานฟอสซิล “อย่างจริงจัง” โดยเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า การเปลี่ยนผ่านการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในระบบพลังงาน หากเป็นไปอย่างทันท่วงที ตามหลักการ และเท่าเทียมกัน ท่ามกลางช่วงเวลาสำคัญของทศวรรษนี้ โลกจะร่วมกันบรรลุเป้าหมายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 ซึ่งสอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์

กลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสภาพอากาศ รวมตัวประท้วงต่อต้านการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ที่ศูนย์การประชุมในนครดูไบ ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุม “คอป28”


แม้เนื้อหาในแถลงการณ์ใช้คำว่า “เปลี่ยนผ่าน” ไม่ใช่ “สิ้นสุด” ตามการเรียกร้องของกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก และประเทศตะวันตกอีกหลายแห่ง เนื่องจากกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันรวมตัวกันคัดค้านอย่างหนัก แต่หลายฝ่ายให้ความเห็นว่า แถลงการณ์ของการประชุมคอป28 มีเนื้อหาเจาะจงไปที่การใช้พลังงานฟอสซิล “มากสุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว”


ทั้งนี้ทั้งนั้น เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุเกี่ยวกับ “การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ไม่ได้มาตรฐานโดยเร็วที่สุด” และเดินหน้าลดการใช้พลังงานถ่านหินที่ไม่มีการกักเก็บคาร์บอน


ด้านนายวอปเก เฮิกสตรา ผู้แทนด้านนโยบายสภาพอากาศของสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวว่า การรับรองแถลงการณ์คอป28 “ที่มีการใช้ถ้อยคำหนักแน่นมากขึ้น” ต่อเชื้อเพลิงฟอสซิล “เป็นไปตามเสียงสนับสนุนส่วนใหญ่”


อย่างไรก็ตาม นายเฮย์ยัน อับดุล อานี อัล ซาวาด รมว.พลังงานอิหร่าน กล่าวว่า เชื้อเพลิงฟอสซิลจะยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลักของโลกต่อไป.

เครดิตภาพ : AFP