พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที เปิดเผยว่า บริษัทมีนโยบายในการหารายได้รูปแบบใหม่ๆ โดยได้ร่วมกับ บริษัท จีไบค์ ประเทศเกาหลีใต้ และ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดให้บริการ ภูเก็ต สมาร์ท โมบิลิตี้ ที่เป็นยานพาหนะพลังงานสะอาด ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต โดยช่วงแรกจะนำจักรยานไฟฟ้า จำนวน 200 คัน มาให้บริการ โดยเอ็นทีได้นำเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายผ่านโครงข่าย 5จี 700 เมกะเฮิรตซ์ ในชื่อ มาย บาย เอ็นที มาสนับสนุนการใช้ยานพาหนะพลังงานสะอาด ดำเนินการโดยบริษัท ไทย เพอโซนอล โมบิลิตี้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมกับผู้ให้บริการด้านพาหนะพลังงานไฟฟ้า
“ภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยว และยกระดับสู่สมาร์ตซิตี้ โครงการนี้จึงตอบโจทย์ นำเทคโนโลยีไอโอที สำหรับการเชื่อมโยงสัญญาณรถเข้ากับระบบแพลตฟอร์ม การบริหารจัดการของ จีคู เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานรถผ่านแอปพลิเคชัน จีคู (GCOO) ได้ พร้อมทั้งระบบบริหารจัดการรถ เช่น ติดตามรถในกรณีต่าง ๆ รวมถึงดูระดับแบตเตอรี่ และอื่น ๆ ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการติดตามรถในทุกกรณี”

พันเอก สรรพชัยย์ กล่าวต่อว่า ตลาดไอโอที โมบิลิตี้ เป็นตลาดที่ใหญ่ในต่างประเทศ แต่ในไทยเพิ่งเริ่ม จึงยังไม่มีมูลค่าที่ชัดเจน โดยโครงการนี้จะมุ่งเน้นบริการในเมืองท่องเที่ยว และในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด และมีแผนขยายไปยังรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าด้วย โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือกลุ่มราชการและนักศึกษา ที่ต้องการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งในระยะสั้นๆ
“ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นเฟสแรกกับจังหวัดท่องเที่ยวต้นแบบของประเทศ โดยทั้ง TPM, NT และทิพยประกันภัย มีทิศทางร่วมกันที่จะขยายพื้นที่การให้บริการในพื้นที่ท่องเที่ยว รวมถึงตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศในอนาคต และเชื่อมั่นว่าการให้บริการโครงข่ายบนคลื่นความถี่ 700 MHz สามารถรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าในปัจจุบัน และรองรับการขยายตลาดในอนาคตรวมถึงตลาดบริการ IoT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
นายวอเตอร์ ยุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GBike Co.,Ltd เปิดเผยว่า บริษัทในฐานะผู้ให้บริการยานพาหนะส่วนบุคคลขนาดเล็กหรือ Micro-Mobility อันดับหนึ่งในเอเชียภายใต้แบรนด์ GCOO ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้ในหลายประเทศต่างหันมาให้ความสนใจ และเลือกใช้การคมนาคมขนาดเล็กเพื่อเป็นทางเลือกที่ยั่งยืน ซึ่งเห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศชั้นนำในอาเซียนที่มีประชาชนคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเหตุผลให้ผมเลือกทำการตลาดที่ไทยเปิดให้บริการ Phuket Smart Mobility ยานพาหนะพลังงานสะอาดในจังหวัดภูเก็ตขึ้น
ซึ่งในเบื้องต้นการให้บริการยานพาหนะพลังงานสะอาดจะมาในรูปแบบของจักรยานไฟฟ้า เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์การใช้งานของนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักในพื้นที่ของจังหวัด โดยในอนาคตคาดว่าจะมีการเพิ่มรูปแบบรวมถึงพื้นที่การให้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ยานพาหนะส่วนบุคคลหรือ Personal Mobility เป็นการผสมผสานการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ากับเทคโนโลยีการสื่อสารล่าสุด โดยมีจุดเด่นคือการประกันภัยที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรองรับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน นางสาวสุภาพ ประดับการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่วว่า ตามโครงการ “Phuket Smart Mobility ยานพาหนะพลังงานสะอาด” ทางบริษัทได้รับทำประกันภัยเพื่อให้ความคุ้มครองกับผู้ขี่รถจักรยานไฟฟ้าตามโครงการดังกล่าว สำหรับกรณีเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บจากการขับขี่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล 5,000 บาทต่อครั้งและคุ้มครองต่อชีวิตและทุพพลภาพ สูงสุด 100,000 บาท และรวมถึงกรณีผู้ขี่รถจักรยานไฟฟ้าก่อให้เกิดความเสียหายกับทรัพย์สินบุคคลภายนอก มีความคุ้มครองวงเงินสูงสุด 10,000 บาทตามค่าเสียหายจริง และยังรวมถึงให้ความคุ้มครองตัวรถของบริษัท TPM สำหรับเกิดความเสียหายจากภัยต่าง ๆ เช่น อุทกภัย ไฟไหม้ มีความคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท โดยมีเครือข่ายโรงพยาบาลในจังหวัดภูเก็ตสำหรับผู้ประสบอุบัติเหตุ สามารถเข้ารับการรักษาโดยไม่ต้องสำรองเงินจ่ายตามวงเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์ กรณีเกิดเหตุสามารถโทรฯแจ้ง 1736 ตลอด 24 ชั่วโมง



