จากกรณีเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้สั่งการให้ขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติด ของข้าราชซึ่งเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด คือ อดีตรองนายก อบต.เมืองแหง จ.เชียงใหม่ โดยหน่วย นบ.ยส.35 หรือ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ ได้ร่วมมือกับตำรวจจังหวัดสุพรรณบุรี ขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 1 ราย ในพื้นที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสั่งการนำเข้ายาเสพติดเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่ตอนในนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รรท.เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ต้องการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ได้กำหนดปฏิบัติการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติด Quick Win โดยมีการกำหนดพื้นที่จำเป็นเร่งด่วน ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ จัดตั้งหน่วยบัญชาการ ชื่อ “หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปราม ยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ” เรียกชื่อย่อว่า “นบ.ยส.35” เป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหา นอกจากนั้น ได้เน้นย้ำให้เข้มงวดปราบปรามผู้มีอิทธิพล ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้หมดจากสังคมไทย


พล.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวอีกว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 64 เจ้าหน้าที่ทหาร ศป.บส.ชน. ได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า 300,000 เม็ด ไอซ์ 1 กก. เคตามีน 20 กก. ในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงราย ต่อมาได้ทำการสืบสวนขยายผลออกหมายจับรองนายก อบต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ (ในขณะนั้น) และภรรยา ได้แก่ นายอนิวัตติ์ โยธินอัศวกุล และ น.ส.อรญา คหบดีรัตน์ ซึ่งมีบทบาทในการประสานนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน และจัดทำทีมลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอน โดยได้ทำการจับกุมเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 65 ในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ตรวจยึดอายัดทรัพย์สินประมาณ 20 ล้านบาท และในคดีดังกล่าว ศาลได้พิพากษาจำคุกอดีตรองนายก อบต.เมืองแหง ตลอดชีวิต นอกจากนี้ หน่วย นบ.ยส.35 ส่วนปราบปรามและขยายผล ได้รวบรวมเครือข่ายการค้าเดิมที่มีความเคลื่อนไหว และคัดเลือกเพื่อมาดำเนินการสืบสวนขยายผลต่อ จนกระทั่งทราบว่าผู้สั่งอยู่ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี โดยจะนำเข้ายาเสพติดมาจากพื้นที่ชายแดน จ.เชียงราย ผ่านการประสานของอดีตรองนายก อบต.เมืองแหง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ และในวันที่ 15 ธ.ค. 66 ป.ป.ส.ภ.5 สนธิกำลังตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ สำนักปราบปรามยาเสพติด ป.ป.ส.ภ.7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าดำเนินการตรวจค้น 2 เป้าหมาย ในพื้นที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ คือ นายวรวุฒิ (สงวนนามสกุล) และได้ตรวจยึดทรัพย์สินในครั้งนี้มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท สำหรับเครือข่ายนี้ ได้มีการสืบสวนขยายผลมาแล้ว 3 ครั้ง ตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินในเครือข่าย 35 ล้านบาท


พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวด้วยว่า ภาครัฐต้องการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติด ซึ่งต้องแก้ไขและสร้างไปพร้อมกัน การแก้ไขปัญหาต้องทำในทุกมิติ พร้อมไปกับการสร้างความเชื่อมั่น สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ให้สถาบันครอบครัว เพื่อเป็นเกราะป้องกันปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน หนึ่งในการแก้ไข คือปัญหาผู้มีอิทธิพล ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ซึ่งบ่อนทำลายสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งตนประกาศเสมอว่าหากพบเจอข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ต้องถูกลงโทษทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างตรงไปตรงมา และสำนักงาน ป.ป.ส. ได้เพิ่มช่องทางจัดการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐเหล่านี้ผ่านช่องทางการแจ้งเบาะแสข้าราชการเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด LINE “ข้าราชการค้ายาเสพติด” ID govoff.drugtrade โดยตนขอยืนยันว่า การแจ้งเบาะแสปลอดภัยแน่นอน และท้ายนี้ การขยายผลจับกุมในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ หน่วย นบ.ยส.35 ในความตั้งใจปราบปรามขยายผลเครือข่ายอดีตเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ลักลอบนำเข้ายาเสพติดทางภาคเหนือ.



