สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ว่าจากกรณีกองทัพอิสราเอลยอมรับ ว่าปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ในเขตเชไจยา ใกล้กับเมืองกาซาซิตี ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของฉนวนกาซา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ “เกิดการเข้าใจผิด” ว่าตัวประกันชายชาวอิสราเอล 3 คน “เป็นภัยคุกคาม” ทหารจึงยิงใส่บุคคลทั้งสามจนเสียชีวิต


ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตทั้งสามราย ซึ่งถูกลักพาตัวไปจากนิคมเกษตรคิบบุตซ์ นีร์ อัม เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา คือนายอาลอน ชามริซ นายโยตัม ฮาอิม และนายซาเมอร์ อัล-ทาลัลกา


ข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวในกองทัพอิสราเอล ซึ่งสืบสวนสอบสวน “โศกนาฏกรรม” ดังกล่าว ว่าชายทั้งสามคนปรากฏตัวอยู่ห่างจากกลุ่มทหาร เพียงไม่กี่สิบเมตร ทุกคนสวมเพียงกางเกง ไม่ได้สวมเสื้อ และถือแท่งไม้ที่มีการผูกผ้าสีขาว


อย่างไรก็ตาม ทหาร “รู้สึกถึงการถูกข่มขู่คุกคาม” จึงยิงใส่ชายทั้งสามคน สองคนเสียชีวิตทันที อีกคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ และวิ่งหนีเข้าไปภายในอาคารแห่งหนึ่ง พร้อมทั้งร้องขอความช่วยเหลือเป็นภาษาฮีบรู ระหว่างนั้น ทหารระดับผู้บัญชาการออกคำสั่งยิงอีกครั้ง แต่มีเสียงระเบิดดังขึ้นบริเวณนั้น และชายคนที่สามเสียชีวิตด้วย


นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบพื้นที่บริเวณนั้น พบตัวอักษรภาษาอังกฤษ “SOS” เป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือ ซึ่งกำลังมีการตจรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับตัวประกันทั้งสามคนหรือไม่ และกำลังมีการสอบสวนว่า ชายทั้งสามคนหลบหนีออกมา หรือกลุ่มฮามาสนำมาปล่อยไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้น กองทัพอิสราเอลยอมรับว่า การสังหารชายทั้งสามคน เป็นการละเมิด “กฎการปะทะ” หรือ “กฎการใช้กำลัง” ในสงคราม


ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้น “ยากรับได้” แต่ปฏิบัติการทางทหารต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อกวาดล้างกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก

ขณะที่พล.ร.ต.ดาเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล กล่าวว่า กองทัพพร้อมรับผิดชอบกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น และยืนยันว่า ทหารอิสราเอลจะช่วยเหลือตัวประกันที่ยังเหลืออยู่ในฉนวนกาซา ให้กลับออกมาได้ครบทุกคนและปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นชาวอิสราเอลหรือชาวต่างชาติ.

เครดิตภาพ : AFP