สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ว่า การนับจำนวนคนไร้บ้าน ซึ่งดำเนินการโดยกระทรวงการเคหะและพัฒนาเมืองสหรัฐ พบว่า สหรัฐมีประชาชนที่เป็น “คนไร้บ้าน” มากกว่า 653,100 คนทั่วประเทศ เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา

ตัวเลขข้างต้นบ่งชี้ว่า สหรัฐมีคนไร้บ้านมากกว่าปีก่อนหน้า ประมาณ 70,650 คน หรือคิดเป็น 12% และเป็นจำนวนสูงสุด นับตั้งแต่มีการเริ่มรวบรวมข้อมูลในปี 2550

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน มีสัดส่วน 13% ของประชากรทั้งหมดในสหรัฐ แต่คิดเป็น 37% ของจำนวนคนไร้บ้านในประเทศ ขณะที่ชาวฮิสแปนิก กลายเป็นคนไร้บ้านมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 28% หรือประมาณ 39,106 คน ระหว่างปี 2565-2566

ขณะเดียวกัน จำนวนครอบครัวที่มีเด็ก ซึ่งประสบปัญหาไม่มีที่อยู่อาศัย ก็เพิ่มขึ้น 16% และเป็นการพลิกกลับแนวโน้มที่ลดลง นับตั้งแต่ปี 2555

อนึ่ง รัฐแคลิฟอร์เนียมีประชาชนที่เป็นคนไร้บ้านมากที่สุด จำนวน 181,399 คน รองลงมาคือ รัฐนิวยอร์ก 103,200 คน, รัฐฟลอริดา 30,756 คน, รัฐวอชิงตัน 28,036 คน, รัฐเทกซัส 27,377 คน และรัฐออริกอน 20,142 คน.

ด้านผู้สันทัดกรณีหลายคนกล่าวว่า วิกฤติคนไร้บ้านในสหรัฐ มีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ความยากจน, สุขภาพจิต, การติดยาเสพติด และการขาดแคลนที่อยู่อาศัย.

เครดิตภาพ : AFP