นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐอเมริกา หรือซีบีพี ได้เปิดระบบศูนย์รวมการบริหารจัดการและประมวลผลเอกสารใบขนสินค้า/รายการนำเข้า หรือเคป เพื่อรองรับการขอคืนภาษีนำเข้าหรือภาษีตอบโต้ที่ถูกเรียกเก็บจากสหรัฐ หลังจากที่ศาลสูงสุดสหรัฐตัดสินว่าการเก็บภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยจะคืนให้ทั้งภาษีอากร พร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ ระยะแรก จะเปิดให้ขอคืนได้เฉพาะรายการสินค้านำเข้าภายใต้ 2 เงื่อนไข ได้แก่ 1.รายการที่ยังไม่ได้ชำระบัญชีประเมินอากร และ 2.รายการที่อยู่ในสถานะการชำระบัญชีไปแล้วไม่เกิน 80 วัน ส่วนผู้ที่จะยื่นขอคืนได้ จะจำกัดเฉพาะผู้นำเข้า หรือตัวแทนออกของ ที่มีบัญชีในระบบ ส่วนระยะเวลาและการคืนเงิน หากข้อมูลถูกต้องและได้รับการอนุมัติ ผู้ประกอบการจะได้รับเงินคืนภายใน 60-90 วัน แต่หากผู้นำเข้ามีหนี้ค้างชำระกับศุลกากรสหรัฐ ระบบจะหักลบหนี้ชำระ ก่อนโอนเงินส่วนต่างที่เหลือ
“กรมขอแนะนำให้ผู้ประกอบการไทยเร่งประสานกับผู้นำเข้าในสหรัฐ อย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจสอบว่ารายการสินค้าเข้าข่ายได้รับการคืนภาษีหรือไม่ และให้ผู้นำเข้าตรวจสอบความพร้อม รวมถึงข้อมูลธนาคารก่อนเปิดระบบ นอกจากนี้ ศุลกากรสหรัฐ ยังมีแผนขยายขอบเขตของระบบเคป ให้ครอบคลุมกรณีที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในระยะถัดไป เช่น รายการขอคืนอากร, รายการภาษีตอบการทุ่มตลาดและการอุดหนุน และรายการที่สิ้นสุดกระบวนการชำระบัญชีแล้ว ซึ่งกรมจะติดตามและแจ้งให้ทราบต่อไป”
ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐ เริ่มคืนเงินภาษีตอบโต้ ที่ถูกเรียกเก็บภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มูลค่าสูงสุด 166,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แล้ว โดยธุรกิจต่างๆ สามารถยื่นคำร้องขอคืนเงินผ่านระบบศุลกากรใหม่ได้ คาดว่า จะมีผู้นำเข้ามากกว่า 330,000 ราย คิดเป็นสินค้ารวมกว่า 53 ล้านรายการ จะมีสิทธิได้รับเงินคืน ซึ่งเมื่อคำร้องได้รับการอนุมัติ จะจ่ายเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยภายในระยะเวลา 60–90 วัน



