นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมการประชุมหารือทวิภาคีกับ นายไซโต เท็ตสึโอะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (MLIT) ณ อาคารสำนักงาน MLIT กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในโอกาสการประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น สมัยพิเศษ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-ญี่ปุ่น (The Commemorative Summit for the 50th Year of ASEAN-Japan Friendship and Cooperation) ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 14-18 ธ.ค.66 นับเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันการดำเนินงานร่วมกัน ระหว่างกระทรวงคมนาคม และ MLIT โดยการประชุมหารือครั้งนี้ ได้มีการนำเสนอการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ เชื่อมโยงระหว่างท่าเรือที่อยู่ฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน พร้อมทั้งได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลจากนักลงทุนญี่ปุ่น เพื่อนำมาประกอบในการจัดทำร่างเอกสารเชิญชวนผู้ลงทุนในการร่วมลงทุนโครงการ (RFP) ต่อไป

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคมได้เชิญชวนให้บริษัทโลจิสติกส์ และบริษัทเดินเรือขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น เข้ามาลงทุนในโครงการดังกล่าวของประเทศไทยด้วย นอกจากนี้ยังได้หารือถึงความร่วมมือการลงทุนระบบรางโดยได้หารือให้ MLIT และผู้ประกอบการญี่ปุ่นร่วมมือในการผลักดันโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ของประเทศไทย ตามแผนแม่บทระบบการขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือ M-MAP รวมถึงจัดส่งผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรางมาประจำที่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) และสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีในการพัฒนาระบบการขนส่งทางรางของญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย
นายสุริยะ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้หารือความร่วมมือทางด้านการบินในเส้นทางระหว่างไทยและญี่ปุ่น เพื่อแก้ปัญหาราคาค่าโดยสารแพง และตอบสนองต่อความต้องการในการเดินทางของนักท่องเที่ยวในเส้นทางดังกล่าวเนื่องจากแต่ละสายการบินจะสามารถขอตารางการบิน (Slot) ในเส้นทางไทย-ญี่ปุ่นเพิ่มเติมได้ ภายหลังจากการเปิดให้บริการทางวิ่งเส้นที่ 3 (รันเวย์ที่ 3) ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ที่จะช่วยเพิ่มปริมาณเที่ยวบินได้มากถึง 2,800 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และทำให้ ทสภ. จะมี Slot เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นโอกาสที่ดีของสายการบินรายใหม่ของญี่ปุ่น ที่ต้องการเปิดเส้นทางการบินมายังประเทศไทย สามารถขอ Slot การบินเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้มีเที่ยวบินระหว่างไทยและญี่ปุ่นมีเพิ่มมากขึ้น

ช่วยลดปัญหาค่าโดยสารที่มีราคาแพง และนำนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยให้มากขึ้น รวมถึงการขอให้เพิ่มความถี่เที่ยวบินที่ท่าอากาศยานฮาเนดะ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม การเยือนประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียน-ญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นโอกาสอันดีในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในด้านการพัฒนาความเชื่อมโยงด้านการขนส่ง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกัน นำไปสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ.



