สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ว่า นายเอลิจาห์ แมคเคลน ชายผิวสีวัย 23 ปี ที่ไม่มีอาวุธติดตัว เสียชีวิตเมื่อเดือน ส.ค. 2562 หลายวันหลังจากเขาทะเลาะกับตำรวจ และถูกนักฉุกเฉินการแพทย์ฉีดยาระงับประสาท ในคดีที่ก่อให้เกิดความโกรธเคืองอย่างกว้างขวาง

แมคเคลนเสียชีวิตหลังตำรวจในเมืองออโรรา ได้รับรายงานเกี่ยวกับชายผิวสีต้องสงสัยที่ “ทำตัวแปลก ๆ” บนถนน และสวมหน้ากากสกี ซึ่งเจ้าหน้าที่นายหนึ่งระบุว่า ในเวลานั้น แมคเคลนที่ไม่มีอาวุธ หยิบปืนของเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่ง ส่งผลให้พวกเขาต้องเข้าควบคุมตัว ทว่าไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่สนับสนุนคำกล่าวอ้างข้างต้น

ขณะที่ครอบครัวของแมคเคลน กล่าวกับสื่อว่า เขาออกจากบ้านไปซื้อชาเย็น และมักจะสวมหน้ากากเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น เนื่องจากแมคเคลนมีภาวะโลหิตจาง

ในเดือน ต.ค. คณะลูกขุนพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาว มีความผิดฐานฆาตกรรมโดยประมาท ส่วนเจ้าหน้าที่อีก 2 คน ไม่มีความผิด แต่ในการตัดสินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พวกเขาระบุว่า นักฉุกเฉินการแพทย์ 2 คน ได้แก่ นายเจเรมี คูเปอร์ วัย 49 ปี และนายปีเตอร์ ซิชูนีค วัย 51 ปี มีความผิดทางอาญา ในข้อหาฆาตกรรมโดยประมาทเช่นกัน

แม้ทนายความของนักฉุกเฉินการแพทย์ โต้แย้งว่า ลูกความของพวกเขาปฏิบัติตามระเบียบในการจ่ายยา แต่อัยการกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทั้งสองคน เพิกเฉยต่อการจัดการดูแล กับผู้ป่วยที่เจ็บปวดทรมาน และไม่มีข้อบ่งชี้ใดที่ระบุว่า เอลิจาห์จำเป็นต้องใช้เคตามีน.

เครดิตภาพ : AFP