ความรู้เรื่องเงินมันดีกับเด็กในอนาคตข้างหน้า มันดีกับทุกคน ถ้ารู้จัก ออมก่อนใช้ รู้จักบริหารเงินให้เป็น มีวินัยในการใช้จ่าย วันข้างหน้าเขาจะสบาย ครูรมณ ปัญญาฟอง ครูผู้ทุ่มเทพลังกายพลังใจถ่ายทอดวิชาการเงินในโรงเรียนเทพศิรินทร์เชียงใหม่ และแผ่ขยายทักษะความรู้ไปยังโรงเรียนประถม-มัธยมใกล้เคียง รวมไปถึงชาวบ้านและชาวเขาในละแวก ต.น้ำบ่อหลวง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ เล่า…

โรงเรียนเทพศิรินทร์เชียงใหม่ หนึ่งในเมล็ดพันธุ์จากค่ายการเงินเยาวชนธนาคารทิสโก้ ที่ยังคงงอกเงยเติบใหญ่และขยายกล้าพันธุ์ทางความรู้ออกสู่สังคมทั้งในและนอกโรงเรียนมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ตัดสินใจมาเข้าค่ายในรุ่นแรกเมื่อปี 2556-2557 และรุ่นต่อไปเรื่อยมา จนปัจจุบันกลายมาเป็น ชมรมเยาวชนนักคิด พิชิตเงินออม โรงเรียนเทพศิรินทร์เชียงใหม่ ที่มีเครือข่ายเติบโตแข็งแรง

ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนจำนวนกว่า 570 คน สภาพฐานะโดยรวมค่อนข้างยากจน ผู้ปกครองเกือบทั้งหมดประกอบอาชีพเกษตรกรรม และกว่า 30% เป็นเด็กชาวเขา เหตุนี้ ส่วนใหญ่เมื่อเรียนจบจึงต้องออกมาทำงาน ไม่ได้เรียนต่อ การปลูกฝัง ให้ความรู้ และเสริมทักษะทางการเงินตั้งแต่ยังเรียนอยู่จึงจำเป็นมาก

เราเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติและพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้นมาก เห็นได้ชัดเลยว่าเด็กๆ รู้จักฉุกคิดก่อนจะใช้เงิน หลายคนรู้จักการต่อยอดทางการเงิน หลายคนมีเงินออมก่อนที่จะเรียนจบ สิ่งสำคัญที่สุดคือพวกเขาเห็นประโยชน์และเข้าใจถึงแก่นของความรู้ทางการเงิน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โรงเรียนเทพศิรินทร์เชียงใหม่ปรับตัวและถอดบทเรียนออกมาหลายด้าน จนตกผลึกออกมาเป็นเส้นทางเพิ่มทักษะการเงิน โดยเริ่มตั้งแต่การประกาศตัวว่าจะออมก่อนใช้ การให้ความรู้ การสร้างจิตสำนึกเรื่องออม การสอนวิธีออมเงิน การเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรม การมีเหตุผลในการใช้จ่าย การลงทุนเพื่อให้เกิดรายได้ และการขยายเครือข่ายชมรมให้กว้างไกล

ซึ่งปัจจัยที่ทำให้โครงการประสบความสำเร็จ ไม่เพียงการบรรจุวิชาการเงินเข้าไปอยู่ใน 8 สาระการเรียนรู้ แต่ยังเน้นให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ ผ่านกิจกรรมหลากหลายที่ให้เด็กได้คิด ลงมือทำ และบริหารจัดการกันเอง ไม่ใช่นั่งฟังครูอย่างเดียว และนอกจากแกนนำรุ่นพี่จะมีหน้าที่ออกไปให้ความรู้ทางการเงินแก่เด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ตามชุมชนต่างๆ แล้ว หน้าที่สำคัญยังต้องส่งต่อความรู้แก่รุ่นน้อง เพื่อให้โครงการเข้มแข็งและเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

เรามีกิจกรรมที่หลากหลายและปรับเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆ ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย เพราะการจะอธิบายข้อมูลอย่างเดียว และใช้วิธีการแบบเดิมๆ ก็อาจจะไม่ได้ผลหรือน่าเบื่อ เขาก็มาช่วยกันหาทาง หาเกมใหม่ๆ โดยที่เราจะเป็นแค่คนชี้แนะแนวทาง ซึ่งเกือบ 10 ปีมานี้ ในส่วนของกิจกรรมกับเด็กและเยาวชนเห็นผลในทางที่ดีขึ้น ส่วนกับผู้ใหญ่ยอมรับว่า ไม่ง่าย

การจะชวนอุ้ย (ปู่ ย่า ตา ยาย) ชาวบ้าน ชาวเขา มาฟังเรื่องการเงิน ให้เขาทำบัญชีรายรับรายจ่าย ลดหนี้สิน หรือแม้แต่สร้างรายได้จากสิ่งของใกล้ตัว เป็นเรื่องที่ท้าทายพอสมควร เราทำได้แค่ชี้นำและให้ลูกหลานเขามาพูดยกตัวอย่างสิ่งที่ทำแล้วได้ผล เช่น บางคนปิดหนี้ให้อุ้ยได้จากเงินเก็บ บางคนสร้างรายได้จากใบเตยหน้าบ้าน เป็นต้น

หนึ่งในวิชาการเงินและวิชาชีวิตที่ประสบความสำเร็จ ร้านกาแฟบ้านดิน เทพศิรินทร์ ล้านนา ร้านกาแฟแห่งนี้เน้นสอนประสบการณ์ชีวิต โดยสอดแทรกเข้าไปในหลายวิชาของนักเรียนชั้นมัธยมปลายได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นวิชาบัญชี มนุษย์สัมพันธ์ทางธุรกิจ การประกอบธุรกิจขนาดเล็ก งานประชาสัมพันธ์ รวมไปถึงวิชาการอื่น เช่น ภาษาต่างประเทศ

เงินที่ได้รับการสนับสนุนจากชมรมเครือข่ายค่ายการเงินทิสโก้ เราก็นำมาสร้างร้านกาแฟบ้านดินหลังนี้ อยากให้เขามีทักษะชีวิตที่ดี มีประสบการณ์ทำงาน เขาจะต้องดูแลบริหารจัดการกันเองทั้งหมด มีทั้งแผนกบาริสต้า แผนกแคชเชียร์ แผนกการตลาด ผู้จัดการร้าน แผนก Take Care Of The Coffee Shop แผนก Chef บางครั้งก็ใช้ร้านกาแฟแสดงบทบาทสมมุติในการพูดคุยกับต่างชาติ พอจบสัปดาห์ก็มาสรุปผลร่วมกัน

ชมรมนักคิดพิชิตเงินออมในแต่ละปีดำเนินการผ่านนักเรียนแกนนำหลักสิบคน  โดยมีคุณครู ผู้ปกครอง และนักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนคอยให้การสนับสนุน

คำอ่อง ศุภลักษณ์ (ไม่มีนามสกุล) อดีตเด็กค่ายการเงินเยาวชนธนาคารทิสโก้รุ่นที่ 2 ปี 2557 เล่าว่า ปัจจุบันเธอยังคงใช้เงินแบบออมก่อนใช้ และ ทำบัญชีรายรับรายจ่าย ในชีวิตประจำวันชีวิตของหนูเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเพราะความรู้ทางการเงิน ด้วยความที่ที่บ้านเป็นครอบครัวชาวเขา ฐานะทางบ้านก็ไม่ค่อยดี นามสกุลก็ไม่มี เลยกู้เงินเรียนไม่ได้เหมือนคนอื่น ก็ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ได้เงินมาก็หยอดกระปุกก่อนทันที ที่เหลือค่อยใช้ ทำให้มีเงินเก็บและมีเงินรักษาตัวตอนที่ป่วยเป็นโรคไทรอยด์

ทุกวันนี้คำอ่องแต่งงานมีครอบครัวและผันตัวเองมาทำธุรกิจส่วนตัว เธอบอกตัวเองว่า “โชคดีแค่ไหนที่มีความรู้การวางแผนเรื่องเงิน” ทำให้รู้ต้นทุน – ดอกเบี้ยจ่าย – กำไร และการต่อยอดธุรกิจ และเธอยังคงพยายามส่งต่อความโชคดีนี้ให้กว้างขึ้น และยังสนับสนุนให้สามีที่เป็นครูนำเรื่องการออมก่อนใช้ไปทำเป็นแผนการสอนให้กับเด็กบนเขา                  

กลุ่มทิสโก้เชื่อว่าโอกาสสร้างได้ และการสร้าง “อนาคตที่ยั่งยืน” เริ่มต้นจากการวางแผนทางการเงินที่ดี จึงเดินหน้าสนับสนุนและถ่ายทอดความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนในกลุ่มต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายคืออยากเห็นคนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และอยู่ได้อย่างมั่นคงในสังคม โดยไม่มีปัจจัยปัญหาทางการเงินมาทำให้ชีวิตต้องกระเบียดกระเสียร ซึ่งนั่นย่อมสะท้อนถึงความยั่งยืนของสังคมไทย