สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 1 ม.ค. โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงหลายคนในกองกำลังฮูตี ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในเยเมน ว่ากองทัพสหรัฐโจมตีเรือโดยสารหลายลำของนักรบฮูตี ในทะเลแดง ส่งผลให้นักรบฮูตีเสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน หลังจากนั้น กลุ่มฮูตีถอยร่นกลับมาที่เมืองโฮไดดาของเยเมน
ด้านกองทัพสหรัฐออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้เพียงว่า เรือรบที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในทะเลแดง ได้รับสัญญาณการขอความช่วยเหลืออย่างน้อยสองครั้ง จากเรือบรรทุกสินค้า “เมอส์ก หางโจว” ของบริษัทเมอส์ก จากเดนมาร์ก ว่าตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี โดยขีปนาวุธของกองกำลังฮูตี ระหว่างกำลังล่องผ่านช่องแคบ บับ อัล-มันเดบ นอกชายฝั่งของเยเมน และเรือของกลุ่มฮูตี 3 ลำ พยายามเข้าประชิด เพื่อโจมตีและยึดเรือ
Iranian-backed Houthi small boats attack merchant vessel and U.S. Navy helicopters in Southern Red Sea
— U.S. Central Command (@CENTCOM) December 31, 2023
On Dec. 31 at 6:30am (Sanaa time) the container ship MAERSK HANGZHOU issued a second distress call in less than 24 hours reporting being under attack by four Iranian-backed… pic.twitter.com/pj8NAzjbVF
เหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัท เมอส์ก ออกแถลงการณ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ระงับการเดินเรือขนส่งสินค้าผ่านทะเลแดง เป็นเวลานานอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เนื่องจากวิกฤติการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียด
ทั้งนี้ เมอส์กประกาศระงับการเดินเรือขนส่งสินค้าผ่านทะเลแดงแล้วรอบหนึ่ง เมื่อช่วงกลางเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา และเพิ่งกลับมาเดินเรือผ่านเส้นทางนี้ได้เพียง 5 วัน ก่อนเกิดเหตุกับเรือเมอส์ก หางโจว
ขณะที่กลุ่มฮูตีกล่าวว่าจะ “ป้องกันทุกช่องทาง” เพื่อไม่ให้เรือบรรทุกสินค้า “ไม่ว่าของประเทศใดก็ตาม” เดินทางผ่านหรือเข้าใกล้อิสราเอล หากไม่มีการส่งอาหารและยาผ่านเข้าสู่ฉนวนกาซา.
เครดิตภาพ : AFP



