สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ว่า อุณหภูมิที่สร้างสถิติใหม่ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์สุดขั้วที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในปีที่แล้วทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น คลื่นความร้อน ภัยแล้ง และไฟป่า ซึ่งบรรดานักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า มันกำลังทวีความรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

สถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (ซีซีทีวี) รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากศูนย์ภูมิอากาศแห่งชาติจีน (เอ็นซีซี) ในกรุงปักกิ่ง ว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของจีนในปีที่แล้วอยู่ที่ 10.7 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมที่ 10.5 องศาเซลเซียส เมื่อปี 2564 และอุณหภูมิทั่วประเทศส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น 0.5-1 องศาเซลเซียส

นอกจากนี้ ซีซีทีวี ยังระบุว่า สถานีตรวจวัดอากาศ 127 แห่งทั่วจีน ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดรายวันตลอดทั้งปี โดยกรุงปักกิ่งทุบสถิติเดิมที่มีมานาน 23 ปี เมื่อเดือน ก.ค. 2566 ด้วยอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส นาน 27 วันติดต่อกัน

ด้านผู้สันทัดกรณีกล่าวเตือนว่า ภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้สภาพอากาศมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งจีนยังเป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ที่สุดของโลก และการอนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่เพิ่มขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เกิดความกังวลว่า จีนจะเปลี่ยนท่าทีในการบรรลุเป้าหมาย ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด ระหว่างปี 2569-2573 และมีความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2603

แม้จีนเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และกลายเป็นผู้ผลิตพลังงานลมกับพลังงานแสงอาทิตย์อันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นอีพี) ระบุเมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมาว่า จีนมีแนวโน้มที่จะบรรลุข้อตกลงด้านสภาพอากาศ เนื่องจากการดำเนินการอย่างรวดเร็วของรัฐบาล

แต่ในขณะเดียวกัน ยูเอ็นอีพี เตือนว่า ความต้องการพลังงานยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงด้านพลังงาน ได้ผลักดันการขยาย หรือกำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินที่มากเกินไป.

เครดิตภาพ : AFP