พล.อ.ต.อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)  เปิดเผยว่า ในปี  67 สกมช.มีแผนพัฒนาบุคลากรด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้  จำนวน 1 หมื่นคน  โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ มากกว่า 20 แห่ง เปิดหลักสูตรด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรับนักศึกษาเข้ามาเรียนในสถาบันต่างๆ  โดยปี 67 จะมีการลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพิ่มขึ้นอีกทั้งของรัฐและเอกชน นอกจากนี้จะมีการร่วมมือกับ กระทรวงแรงงาน และบริษัทด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้ สนับสนุนให้กลุ่มคนว่างงาน นักศึกษาจบใหม่ในสาขาต่างๆ ที่ต้องการเพิ่มทักษะ (อัปสกิล) และแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในชีวิต ได้เข้ารับการอบรมหลักสูตร ไซเบอร์ซิเคียวริตี้  เพื่อเข้ามาทำงานด้านนี้ ซึ่งกำลังขาดแคลนจำนวนมาก

“ไทยยังขาดแคลนคนที่มีความรู้ด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้จำนวนมาก โดยเฉพาะในองค์กรของรัฐ ซึ่งจากสถิติที่สำรวจ พบว่า ข้าราชการพลเรือนจำนวน 4.6 แสนคน เป็นบุคลากรที่ทำงานรับผิดชอบด้านไอทีเพียง 0.5%  เท่านั้น และบุคลากรกลุ่มนี้ ก็ไม่ได้จบด้านไซเบอร์ฯ โดยตรงทั้งหมดด้วย แต่ต้องรับผิดชอบงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ตั้งแต่การซ่อมแซมเครื่อง ดูแลเว็บไซต์ และระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ฯ ด้วยจำนวนคนที่น้อย แต่ปริมาณงานที่มาก จึงส่งผลถึงศักยภาพในการดูแลความปลอดภัย และมีความเสี่ยงในการถูกโจมตีหรือแฮกข้อมูลได้ง่าย”

พล.อ.ต.อมร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะมีการประสานกับสถานประกอบการ องค์กรต่างๆ  เข้ามาร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ที่เปิดหลักสูตรด้านนี้ ให้รับนักศึกษาไปฝึกงาน  โดยมีบริษัทด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้  สนับสนุนแล็บให้นักศึกษาได้ทดลอง เพื่อให้มีทักษะพร้อมทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านคลาวด์ ซิเคียวริตี้ เพื่อรองรับนโยบาย โก คลาวด์ เฟิร์ส ของรัฐบาล และเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่สนใจสามารถเข้ามาทำงานด้านนี้ รวมถึงการหาทุนการศึกษาสนับสนุนสำหรับคนที่ขาดแคลน หรือมีช่องทางเงินให้กู้ยืมเรียน จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นต้น พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับนักศึกษาที่เข้ามาเรียนด้านนี้ว่าจบแล้วจะมีงานด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้รองรับให้เข้าทำงานอย่างแน่นอน.