สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ว่า บริษัทเมอส์ก หนึ่งในผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือรายใหญ่ที่สุดของโลกจากเดนมาร์ก ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ การระงับให้บริการขนส่งสินค้าผ่านทะเลแดงและคลองสุเอซ “อย่างไม่มีกำหนด” โดยจะปรับเปลี่ยนเส้นทางไปอ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮปของแอฟริกาใต้แทน
ทั้งนี้ เรือบรรทุกสินค้า “เมอส์ก หางโจว” ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยขีปนาวุธของกลุ่มฮูตี ระหว่างแล่นผ่านทะเลแดง เมื่อวันสิ้นปีที่ผ่านมา โดยตอนนั้นเป็นการที่เมอสก์กลับมาใช้เส้นทางดังกล่าวได้เพียง 5 วัน หลังก่อนหน้านั้นเคยระงับไปแล้ว
Shipping giant Maersk will divert all vessels around Africa instead of using the Red Sea and the Suez Canal for the 'foreseeable future' amid attacks by Yemen's Houthi rebels https://t.co/KjwuWaR1xs pic.twitter.com/kEB5aKadPJ
— Al Jazeera English (@AJEnglish) January 5, 2024
ขณะที่ข้อมูลจากศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของสหรัฐ (เซนต์คอม) ระบุว่า กลุ่มฮูตีก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในทะเลแดงแล้ว 25 ครั้ง นับตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา และกองทัพสหรัฐเป็นผู้ปฏิบัติการตอบโต้ครั้งหนึ่ง ด้วยการจมเรือของกลุ่มฮูตี 3 ลำ ซึ่งพยายามจู่โจมเรือเมอส์ก หางโจว ส่งผลให้นักรบฮูตีเสียชีวิต 10 ราย
ด้านบริษัทซีเอ็มเอ ซีจีเอ็ม หนึ่งในผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลรายใหญ่ของโลกจากฝรั่งเศส ประกาศปรับอัตราค่าระวางสำหรับตู้คอนเทเนอร์ขนาด 40 ฟุต ที่จะขนส่งในเส้นทางระหว่างเอเชียกับเมดิเตอร์เรเนียน เพิ่มขึ้นสองเท่า จาก 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 104,010 บาท) เป็น 6,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 208,020 บาท).
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



