สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ว่า สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 พระชนมพรรษา 83 พรรษา ทรงลงพระปรมาภิไธย ในคำประกาศสละราชสมบัติ ที่พระราชวังคริสเตียนบอร์ก ในกรุงโคเปนเฮเกน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยมีคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ เพื่อเป็นสักขีพยาน ถือเป็นการสิ้นสุดรัชสมัยของพระองค์ ซึ่งยาวนาน 52 ปี อย่างเป็นทางการ

BBC News


เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการลงพระปรมาภิไธย พระองค์ตรัสถวายพระพรชัยมงคล แด่ประมุขพระองค์ใหม่แห่งราชอาณาจักร คือ สมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดอริกที่ 10 พระราชโอรส ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดริกเซน อ่านคำประกาศสถาปนา สมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดอริกที่ 10 ณ สีหบัญชร พระราชวังคริสเตียนบอร์ก ท่ามกลางพสกนิกร ซึ่งสื่อเดนมาร์กประเมินว่า มากกว่า 100,000 คน เฝ้ารอชื่นชมพระบารมี

นายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดริกเซน อ่านคำประกาศสถาปนา สมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดอริกที่ 10 แห่งเดนมาร์ก ณ สีหบัญชร พระราชวังคริสเตียนบอร์ก ในกรุงโคเปนเฮเกน


ด้านสมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดอริกที่ 10 พระชนมพรรษา 55 พรรษา พระราชทานพระราชดำรัสแก่พสกนิกร ว่าพระองค์ทรงปลาบปลื้มพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง ต่อความสนับสนุนของชาวเดนมาร์กซึ่งมอบให้พระองค์มาตลอด ตั้งแต่ยังทรงดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมาร และทรงให้คำมั่นจะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดี โดยจะทรงดูแลเดนมาร์กให้เป็นปึกแผ่นต่อไป

สมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดอริกที่ 10 แห่งเดนมาร์ก สมเด็จพระราชินีแมรี พระราชโอรส และพระราชธิดา ทรงโบกพระหัตถ์ให้แก่พสกนิกร ระหว่างการเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระราชวังคริสเตียนบอร์ก ในกรุงโคเปนเฮเกน


ทั้งนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นชาวเดนมาร์ก ซึ่งเผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ ปรากฏว่า มากกว่า 80% ของกลุ่มตัวอย่าง ให้การสนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์


ขณะที่สมเด็จพระราชินีแมรีทรงร่วมปรากฏพระองค์ ณ สีหบัญชร พร้อมพระราชโอรสและพระราชธิดา และสมเด็จพระราชินี ซึ่งทรงสละสัญชาติออสเตรเลีย หลังการเสกสมรส ทรงเป็นสามัญชนคนแรกในประวัติศาสตร์ของเดนมาร์ก ที่ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินี


อนึ่ง การผลัดแผ่นดินของเดนมาร์กครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ของประเทศ ที่เกิดขึ้นโดยประมุขพระองค์ก่อนหน้าทรงสละราชบัลลังก์ โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อ 878 ปีที่แล้ว ในพ.ศ. 1689 ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพะราชาธิบดีอีริคที่ 3.

เครดิตภาพ : AFP