สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ว่าประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ผู้นำเกาหลีใต้ กล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี ว่าหากรัฐบาลเปียงยางข่มขู่คุกคามรัฐบาลโซล อีกฝ่ายต้องเผชิญกับ “มาตรการโต้กลับ” ในระดับร้ายแรงกว่าอีกหลายเท่าตัว


คำกล่าวของผู้นำเกาหลีใต้เกิดขึ้น ภายในเวลาไม่นาน หลังสภาประชาชนสูงสุดแห่งชาติของเกาหลีเหนือมีมติยุติการดำเนินงานของหน่วยงานหลายแห่ง ซึ่งทำหน้าที่ประสานงาน ส่งเสริม และประชาสัมพันธ์ ความร่วมมือระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ “การรวมชาติ” ระหว่างสองประเทศ


รายงานของเคซีเอ็นเอระบุด้วยว่า เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ซึ่งยังคงอยู่ในสถานะสงคราม กำลังมีความไม่เป็นมิตรต่อกันในระดับสูงสุด และเผชิญความเสี่ยงของ “การเผชิญหน้าอย่างฉับพลัน” บนคาบสมุทรเกาหลี ดังนั้น การรวมชาติกับอีกฝ่ายจึงเป็นเรื่องที่ไม่มีทางสัมฤทธิผล


นอกจากนี้ นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กล่าวต่อที่ประชุม เรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของประเทศ ให้ระบุว่า เกาหลีใต้ไม่ได้อยู่ในสถานะของการประนีประนอม และการรวมชาติร่วมกันได้อีกต่อไป พร้อมทั้งขอให้มีการระบุอย่างชัดเจนในหลักสูตรการศึกษาของเกาหลีเหนือ ว่าเกาหลีใต้คือ “ประเทศที่ไม่เป็นมิตรอย่างร้ายแรง” และ “เป็นปรปักษ์โดยหลักการ”


อนึ่ง บรรยากาศบนคาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดตั้งแต่ต้นปีนี้ เมื่อเกาหลีเหนือซ้อมรบด้วยกระสุนจริง ซึ่งเป็นการยิงปืนใหญ่จากฐานยิงทางตะวันตกของประเทศ ไม่ห่างจากเกาะยอนพยอง และเกาะแบงนยอง ของเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 5-7 ม.ค. ที่ผ่านมา


ขณะที่ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กล่าวว่า “ไม่มีความมุ่งมั่นที่จะหลีกเลี่ยง” สงครามกับเกาหลีใต้ เนื่องจากรัฐบาลโซลชุดปัจจุบันปรับเปลี่ยนนโยบายก่อน และเตือนว่า เกาหลีเหนือพร้อมตอบโต้ “อย่างทันควัน” หากเกาหลีใต้และสหรัฐ เป็นฝ่ายพยายามใช้มาตรการทางทหารกับเกาหลีเหนือก่อน.

เครดิตภาพ : AFP