เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 69 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ถาม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ถึงความคืบหน้าคดีหลอกลงทุน Forex ซึ่งดีเอสไอได้สนธิกำลังปูพรมตรวจค้น 24 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก โดยมีกระแสข่าวเชื่อมโยงถึง นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จึงต้องการทราบขั้นตอนสืบสวนและการเยียวยาผู้เสียหาย

พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า ดีเอสไอร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และธนาคารแห่งประเทศไทย ติดตามคดีนี้มานานกว่า 6 เดือน เนื่องจากมีความซับซ้อน แบ่งหน้าที่กันทำ มีการใช้นอมินีและสินทรัพย์ดิจิทัลโอนเงินเป็นทอดๆ ไปยังต่างประเทศ โดยรูปคดีแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มชักชวนลงทุน (IB) กลุ่มโบรกเกอร์ 4 บริษัท และกลุ่มรับ-ส่งเงิน (Payment) ซึ่งเบื้องต้นตรวจพบบริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด และบริษัท เรนนี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดให้มาพบในวันที่ 2 ก.ค. นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้บริหารบริษัท QRS Global ได้เข้าชี้แจงแล้ว ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลใด และเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องนำพยานหลักฐานเข้าชี้แจง โดยดีเอสไอได้ประสาน ปปง. ตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมดแล้ว

นายบุญจง ได้ถามเพิ่มเติมถึงกรณีที่มีประชาชนไปร้องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีการโอนเงินจากเครือข่ายกระทำความผิดไปสนับสนุนพรรคประชาชนหรือไม่ และดีเอสไอได้ตรวจสอบบทบาทของนายภาวุธอย่างไร

รมว.ยุติธรรม ชี้แจงในประเด็นนี้ว่า จากข้อมูลของดีเอสไอ พบเส้นทางการเงินโอนมาถึงนายภาวุธ จำนวน 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท (รวม 28 ล้านบาท) ซึ่งไม่ใช่บริษัทที่เป็นเพย์เมนต์ของ QRS Global โดยนายภาวุธชี้แจงเบื้องต้นว่าเป็นการเทรดทองคำ ซึ่งถือเป็นข้อสงสัยประการหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์ว่า นายภาวุธเคยมีสถานะเป็นกรรมการบริหารของบริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด และบริษัท สปาร์ค ดิจิทัล จำกัด ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึก ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าให้กระทรวงยุติธรรมทราบทุก 15 วัน

ส่วนประเด็นความเชื่อมโยงถึงพรรคประชาชน ได้ประสาน ปปง. เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้วเช่นกัน สำหรับการเยียวยาผู้เสียหาย หากศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จะเข้าสู่ขั้นตอนการเฉลี่ยทรัพย์คืนให้ผู้เสียหายตามสัดส่วนความเสียหายต่อไป

สำหรับมาตรการป้องกันในอนาคต พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานร่วม 3 ส่วน โดยมี รมว.ยุติธรรม เป็นหัวหน้าคณะทำงานด้านการป้องกันปราบปราม รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดูแลด้านการป้องกันระบบ และ รมว.คลัง เป็นประธานตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งจะร่วมกันบูรณาการและประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงลงทุนในลักษณะนี้อีก