ถูกยกเป็นอีกหนึ่งศิลปินคุณภาพที่หลายคนติดตามอย่างมากมายทั่วโลกสำหรับ “แบมแบม กันต์พิมุกต์” หรือ “แบมแบม GOT7” (BamBam GOT7) ศิลปินชื่อดังที่ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็ปังไปเสียหมด ไม่ว่าจะงานเพลงหรืองานอะไรต่างๆ หนุ่มแบมแบมก็จัดเต็มใส่ความพยายามลงไปอย่างเต็มที่
ล่าสุด แบมแบม ได้เดินทางมาร่วมงานเปิดตัว “Redmi Note 13 Series” ในฐานะแอมบาสเดอร์คนแรกของ เสียวหมี่ อินเตอร์เนชั่นแนล ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหลังจบงานก็ได้มีโอกาสสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทย พร้อมกับเคลียร์ดราม่างานล่าสุดที่ราชมังคลาฯ และเผยความดีใจที่ได้เป็นกระบอกเสียงให้กับแฟนๆ
ช่วงหลังนี้มาทำงานที่เมืองไทยบ่อย เป็นยังไงบ้างกับการที่บินมาทำงานที่บ้านเกิด?
“เอาจริงๆ ก็ดีใจที่ได้มาทำงานที่บ้านเกิดตัวเอง แต่ว่ามันก็มีหลายงานที่กองอยู่ ผมอยากที่จะเคลียร์แต่ละงานให้เสร็จก่อนที่ผมจะไปทัวร์ที่อเมริกา เพราะว่าหลังจากที่ไปอเมริกาจนถึงประมาณกลางปีก็อาจจะไม่ได้มีช่วงกลับไทยเยอะสักเท่าไหร่ ผมก็เลยพยายามเคลียร์งานหลายๆ อย่าง เวลาที่ไปอเมริกาจะได้สบายหน่อย ก่อนที่จะไปทัวร์ก็น่าจะได้เจอกันรอบหนึ่งสำหรับที่เมืองไทย แต่ก็มาแป๊บเดียว แล้วก็จะไม่ได้เจอกันอีกประมาณ 3-4 เดือน ก็จะไปทัวร์อเมริกาเลย เกาหลีก็ไม่ได้กลับ”
เตรียมตัวหนักไหมสำหรับการไปทัวร์ที่อเมริกาในครั้งนี้?
“เอาจริงๆ เรื่องทัวร์ก็พร้อมอยู่แล้วครับ ผมเองก็ทัวร์ฝั่งเอเชียมาสักพักนึงแล้ว แต่ก็อาจจะต้องมีเตรียมเซอร์ไพร้ส์อะไรสองสามอย่างไปโชว์ที่โน่นด้วย ถ้าถามถึงความแตกต่างระหว่างเอเชียกับอเมริกา ผมว่ามันอยู่ที่คนดูมากกว่า คนดูฝั่งอเมริกาจะเป็นอีกสไตล์หนึ่ง ก็จะมีความคึกเยอะกว่าฝั่งเอเชียหน่อย ผมก็อาจจะต้องเตรียมโชว์อีกแบบหนึ่งไปให้พวกเขา”

จะมีโอกาสกลับมาปิดเวิลด์ทัวร์ที่ประเทศไทยอีกรอบไหม?
“เอิ่ม…(หัวเราะ) เดี๋ยวนี้ผมไม่ค่อยหลุดนะ ถามว่ามีหวังมั้ยก็อาจจะครับผม แต่ก็ต้องดูว่าหลายๆ คนเรียกร้องมากแค่ไหน ยิ่งเรียกร้องเยอะการที่มันจะเป็นจริงก็มีเปอร์เซ็นต์เยอะมากขึ้น อืม…ราชมังฯ เหรอ ผมว่ามันก็ต้องดูสถานการณ์ของการทัวร์ที่อเมริกาก่อนด้วยว่าเป็นยังไง”
แต่เราเคยทวีตว่าอีกครั้งหนึ่งต้องราชมังฯ แล้ว?
“อีกครั้งหนึ่งที่ผมบอกหมายถึงเวิลด์ทัวร์รอบหน้า ซึ่งถ้าเป็นปิดอังกอร์ก็ยังนับว่าเป็นเวิลด์ทัวร์รอบนี้อยู่ ถามว่าราชมังฯ มีโอกาสมั้ย ถ้าให้พูดจริงๆ ก็คือมี แต่ว่าสำหรับผมมันก็ 2 ใจ ใจหนึ่งคือผมก็อยากเก็บไว้ให้มันเป็นของ GOT7 อีกใจหนึ่งก็ไม่รู้ว่าด้วยตัวผมคนเดียวมันจะออกมาเป็นยังไง แต่ถ้าสมมุติมีโอกาสได้ทำคอนเสิร์ตจริงๆ ผมไม่อยากทำแนวนอน ผมอยากทำเป็นแนวตั้งเพราะไม่ค่อยมีคนทำเท่าไหร่ และมันสามารถเล่นกับพื้นที่ได้มากขึ้น สามารถใส่อะไรหลายๆ อย่างได้ เดี๋ยวรอดูแล้วกันนะครับ”

ถามถึงประสบการณ์ในงานล่าสุดที่ราชมังฯ ดูเหมือนไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่?
“(หัวเราะ) ผมไม่รู้จะพูดยังไงครับ เอิ่ม…ถามว่าเสียใจมั้ยที่ราชมังฯ ครั้งแรกของผมเป็นอย่างนั้น ก็แอบเสียดายและเสียใจ แต่ผมมองว่างานมันคนละแบบกันเนอะ แล้วก็คนละคนกันด้วยที่จัด ถ้าถามว่าเอาอะไรมาปรับใช้ช่วยงานโชว์ในอนาคตที่ราชมังฯ มั้ย ผมว่าไม่นะครับ เพราะมันเป็นงานคนละสเกลกัน”
หลายคนยกแบมแบมเป็นไอดอลในการที่จะกล้าออกมาพูดอะไรแบบนี้?
“ผมก็รู้สึกดีที่หลายคนยอมรับกับการที่ผมกล้าออกมาพูด เพื่อที่จะนำวงการบันเทิงไปในจุดที่สูงขึ้น และจุดที่คนดูแฮปปี้มากขึ้น แต่อีกใจหนึ่งผมก็รู้สึกกังวลครับ เพราะมันจะดูเหมือนผมเป็นคนบ่นเยอะ หลายๆ รอบที่ผมโพสต์ไป ถามว่าผมเสียวมั้ยก็เสียวครับ เพราะว่าเขาก็เป็นบริษัทใหญ่ๆ กันทั้งนั้น แต่ว่าผมเองก็ต้องมั่นใจกับคนดูเอาไว้ก่อน เพราะสุดท้ายแล้วบริษัทใหญ่ๆ เหล่านี้ถ้าเกิดเขาไม่มีคนดูเขาก็ไม่มีอะไรเลย เพราะฉะนั้นเราต้องเอาผู้บริโภคเป็นหลักก่อน”

รู้สึกยังไงที่แฟนๆ มองว่าเราเป็นกระบอกเสียงให้พวกเขา?
“จริงๆ ก็ดีใจครับผม เดี๋ยวนี้โลกเรามันก็เปลี่ยนไปแล้ว ผมว่าคนดูเดี๋ยวนี้เขาดูเป็นครับ ทั้งเรื่องโปรดักชั่น เรื่องเสียง เรื่องเสื้อผ้า ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เราขึ้นมาเต้นและร้องแล้วเขาก็พอใจแล้ว มันไม่ใช่ยุคนั้นแล้วเนอะ ผมก็เลยต้องตามโลกหน่อย และอีกอย่างหนึ่งสิ่งที่ผมคิดว่าควรจะต้องทำก็คือไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตของเมืองนอกหรือเมืองไทยหรือเคป๊อปก็ตาม ถ้าทำทั้งทีมันก็ต้องทำให้ดีกว่าคนอื่น ผมก็เลยพยายามที่จะทำทุกอย่างให้มันออกมาดีที่สุดครับ”



