สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ว่า นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวต่อที่ประชุมสภาเศรษฐกิจโลก “เวิลด์ อีคอนอมิก ฟอรัม” (ดับเบิลยูอีเอฟ) ครั้งที่ 54 ที่เมืองดาวอส ในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยหลี่ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลปักกิ่งคนแรกในรอบ 7 ปี ที่เข้าร่วมการประชุมดาวอส
China is a steady engine of global development, says Li Qiang as he highlights how the stable progress made by the Chinese economy ‘provides a strong impetus for the world economy’. ‘#wef24 pic.twitter.com/HMIWbPKoJf
— World Economic Forum (@wef) January 16, 2024
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวในตอนหนึ่ง ว่าในแต่ละปี โลกเผชิญกับรูปแบบใหม่ของ “การเลือกปฏิบัติทางการค้าและการลงทุน” อุปสรรคหรือการรบกวนดังกล่าว จะก่อให้เกิดความล่าช้าและกลายเป็นการปิดกั้น ความราบรื่นของเศรษฐกิจโลก พร้อมทั้งยืนยันว่า พัฒนาการที่มั่นคงทางเศรษฐกิจของจีน คือหนึ่งในกลจักรสำคัญร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
.@JakeSullivan46 says the world must continue to focus on shared economic growth, tackling climate change, managing new technologies and promoting good governance. These, he says, will be the foundation of success, peace and strength. #wef24 pic.twitter.com/ooYdOMrnD6
— World Economic Forum (@wef) January 16, 2024
แม้เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลปักกิ่ง ไม่ได้พาดพิงถึงประเทศหนึ่งประเทศใดอย่างเจาะจง อย่างไรก็ตาม นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว กล่าวบนเวทีดาวอสเช่นกัน ว่าสหรัฐไม่เคยมีนโยบายปิดกั้นทางเทคโนโลยีและการค้า หรือการจำกัดการลงทุนกับประเทศหนึ่งประเทศใดอย่างเจาะจง ในทางกลับกัน รัฐบาลวอชิงตันเพียงต้องการ “ป้องกันคู่แข่งทางยุทธศาสตร์ ไม่ให้แสวงหาผลประโยชน์จากเทคโนโลยีของสหรัฐ” เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของชาติเท่านั้น.
เครดิตภาพ : AFP



