นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากรมฝนหลวงและการบินเกษตร ครบรอบปีที่ 11 ขอแสดงความยินดีแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สังกัดกรมฝนหลวงฯ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบปีที่ 11 ซึ่งที่ผ่านมา กรมฝนหลวงและการบินเกษตร มุ่งมั่นสืบทอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนารถบพิตร ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ไฟป่า หมอกควัน และยับยั้งความรุนแรงจากพายุลูกเห็บ ขณะเดียวกัน ได้มีการวิจัยความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการดัดแปลงสภาพอากาศ รวมถึงพัฒนาด้านการบินเพื่อการเกษตรอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้เจ้าหน้าที่ร่วมกันพัฒนาให้กรมฝนหลวงฯ เป็นองค์กรอัจฉริยะด้านการบริหารจัดการน้ำในชั้นบรรยากาศและการบินเกษตรอย่างสมบูรณ์ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป
“ขอเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมฝนหลวงฯ ให้ตั้งใจสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือนร้อนของพี่น้องเกษตรกรที่ประสบกับปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค รวมถึงแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป พร้อมทั้ง ขอให้เจ้าหน้าที่ฝนหลวงเป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องเกษตรกรและประชาชนชาวไทยสมดั่งพระราชปณิธานสืบไป”
นอกจากนี้ กรมฝนหลวงฯ ยังร่วมมือกับ 4 หน่วยงาน โดยแบ่งเป็น 2 ด้าน คือ 1. ด้านการลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลงนามความร่วมมือกับ คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยจัดทำโครงการบัญชีฟุตพรินต์องค์กร เพื่อศึกษาและจัดทำบัญชีคาร์บอนฟุตพรินต์องค์กรและขอรับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ตลอดจนจัดทำแผนนโยบายการจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนต่อไป และ 2. ด้านการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ ฝุ่นพิษ PM2.5
ด้าน นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา กรมฝนหลวงและการบินเกษตร มุ่งมั่นสืบทอดพระราชปนิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการแก้ปัญหาภัยแล้ง ไฟป่า หมอกควัน และยับยั้งความรุนแรงจากพายุลูกเห็บ ในขณะเดียวกันก็ยังมีการวิจัย พัฒนาความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการดัดแปรสภาพอากาศอย่างไม่หยุดยั้งควบคู่ไปด้วย เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดในการช่วยเหลือประชาชน สำหรับในการ
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยังคงพัฒนาเพื่อเป็นองค์กรชั้นนำในระดับโลกด้านการดัดแปรสภาพอากาศตามศาสตร์ตำราฝนหลวงพระราชทานภายในปี 2580 และมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยเตรียมพร้อมอากาศยาน นักบิน นักวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่ และเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งในปี 2567 ได้มีการเปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วบรรเทาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ มาตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ 15 จังหวัดภาคเหนือ และเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศในช่วงระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน ที่มักประสบปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และมีแผนที่จะเปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง ประจำปี 2567 อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มีนาคม 2567 ที่จะถึงนี้ เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด โครงการพระราชดำริฝนหลวง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต่อไป



