นางวนิดา จันทร์มูล ครูชำนาญการพิเศษ สาขาวิชาพืชศาสตร์ เล่าว่า วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ ได้ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมสร้างรายได้ระหว่างเรียนให้กับผู้เรียน ซึ่งวิทยาลัยก็มีหลายๆ กิจกรรม การปลูกพืชไม่ใช้ดิน เป็นกิจกรรมหนึ่งที่นักศึกษาได้ให้ความสนใจ และเมื่อเรียนแล้ว ทำแล้ว สามารถนำไปสู่อาชีพและสร้างรายได้ให้กับผู้เรียน ซึ่งวิธีการก็ไม่ได้ยุ่งยาก ในกรณีที่มีโรงเรือนอยู่แล้ว โดยเริ่มจาก 1.วิธีการเตรียมแปลงผัก ล้างทำความสะอาดโดยใช้ผงซักฟอกเทลงในแปลง นำผ้าสะอาดมาถูที่แปลงให้สะอาด หลังจากนั้นปล่อยน้ำออกจากแปลง พร้อมทั้งใช้แปรงด้ามยาวทำความสะอาดถังน้ำที่อยู่ใต้แปลงแล้วปล่อยน้ำในถังทิ้ง แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งทั้งในแปลงและถังน้ำ หลังจากนั้นฉีดน้ำสะอาดล้างหลังคาพลาสติกและมุ้งให้สะอาด และปล่อยแปลงตากแดดไว้ 7 วัน ขั้นตอนที่ 2.การเตรียมเมล็ดพันธุ์ นำเมล็ดพันธุ์หยอดลงฟองน้ำเพาะเมล็ดให้ความลึกของเมล็ดพันธุ์ผักอยู่ในฟองน้ำประมาณ 1 ใน 3 ของฟองน้ำ เสร็จแล้วนำไปรดน้ำให้ชื้นและอบเมล็ดพันธุ์ไว้ประมาณ 2-3 วัน จึงเปิดฝาที่อบออกและนำถาดเพาะมาเรียงพร้อมรดน้ำต่ออีกให้ครบ 7-10 วัน หรือสังเกตว่ามีใบเลี้ยงที่สมบูรณ์หรือมีรากโผล่พ้นฟองน้ำออกมาจึงจะสามารถนำมาย้ายกล้าปลูกได้
ขั้นตอนที่ 3.การย้ายกล้า ย้ายต้นกล้าที่สมบูรณ์ตามข้อ 2 ลงในแผ่นปลูกโต๊ะละ 24 แผ่นปลูก นิยมย้ายกล้าในตอนเย็นเพราะจะทำให้ต้นกล้าแข็งแรง ขั้นตอนที่ 4.การเติมสารละลายธาตุอาหาร โดยเติมสารละลายธาตุอาร A ปริมาณ 1,500 มิลลิลิตร ในช่วงเช้า และเติมสารละลายธาตุอาหาร B ปริมาณ 1,500 มิลลิลิตร ในช่วงเย็น ถ้าเป็นผักไทย เช่น ผักบุ้ง กวางตุ้ง ผักกาดหอม ขึ้นฉ่าย เป็นต้น เติมสารละลายธาตุอาหาร 2 ครั้ง โดยห่างกัน 10 วัน ถ้าเป็นผักสลัด เช่น ผักสลัดคอส เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค เป็นต้น เติมสารละลายธาตุอาหาร 3 ครั้ง ห่างกัน 10 วัน ในการเติมสารละลายธาตุอาหารแต่ละครั้ง 5.การเก็บเกี่ยว อายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 30-45 วัน หรือเก็บหลังจากเติมสารละลายธาตุครั้งสุดท้ายอย่างน้อย 10 วัน
สำหรับการขายการตลาด ครูวนิดา บอกว่า ให้เรียนรู้ทุกอย่าง ทั้งการคำนวณต้นทุน-กำไร การเข้าหาผู้ซื้อ ผู้บริโภค ทั้งในระดับเล็กๆแบบร้านค้าของชำ งานอาหาร แบบตลาดชุมชน จนถึงห้างที่มีพื้นที่ให้จัดจำหน่าย โดยทางวิทยาลัยยังได้ส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกร และผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ แผนกวิชาพืชศาสตร์ อาจารย์วนิดา จันทร์มูล 06-4942-5249
ด้าน น.ส.เพ็ญนภา ยอดแก้ว นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ชั้นปีที่ 2 สาขาพืชศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ เจ้าของแปลงผัก บอกว่า มั่นใจสุดๆ ว่าเราสามารถปลูกผักไร้ดินได้ด้วยตนเอง ไว้กินเองก็ได้ และนำไปขายได้แน่นอน ปัจจุบันตนมีรายได้ระหว่างเรียนจากการปลูกผัก โดยมีต้นทุนในการปลูกผักอยู่ที่ 620 บาทต่อแปลง ขนาด 1 โต๊ะ 2 X 7เมตร (ไม่รวมค่าโรงเรือน) สามารถสร้างรายได้ได้ประมาณ 3,500-4,000 บาท สำหรับขนาดพื้นที่ในการปลูกก็สามารถยืดหยุ่นปรับได้ตามความเหมาะสม หรือเงินทุนที่เรามี โดยใช้ระยะเวลาในการเก็บผลผลิตได้ตั้งแต่ 30-45 วัน หรือถ้าหากอยากทดลองปลูกไว้กินเอง ก็สามารถทำได้ ปัจจุบันนี้มีชุดกล่องโฟม สามารถปลูกได้เริ่มต้น ชุดกล่องโฟมพร้อมปลูก 350 บาท
ขณะนี้ทางวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ได้มีการนำผลิตภัณฑ์ และสินค้านานาชนิดไปร่วมจัดแสดงและจำหน่ายในงานประชุมวิชาการระดับชาติ ของสมาชิกองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (อกท.) ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 44 “งานเกษตรนวัตกรรม อารยธรรมล้านนา” ระหว่างวันที่ 24-28 มกราคม 2567 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน โดยภายในงานจะมีการแสดงนิทรรศการผลงานทางวิชาการ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้การเกษตรและเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมทั้งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ผลผลิตจากแปลงเกษตร และผลิตภัณฑ์จากฟาร์มของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั่วประเทศ จึงขอเชิญชวนทุกท่านไปพบกับแปลงผักไฮโดรโปรนิกส์ และเยี่ยมชมงาน เรียนรู้ชีวิตวิถีเกษตรสร้างงาน สร้างเงินสร้างรายได้ และอุดหนุนสินค้าเกษตรของนักศึกษาเกษตร



