สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ว่า ศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) ออกแถลงการณ์ว่า กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ทำลายระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือในเยเมน เมื่อช่วงรุ่งสางของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อลดขีดความสามารถของกองกำลังฮูตี ซึ่งเตรียมโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในทะเลแดง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นาน หลังกองกำลังฮูตียิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกสินค้า “มาร์ติน ลูอันดา” ระหว่างกำลังแล่นผ่านอ่าวเอเดน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ตู้คอนเทเนอร์ตู้หนึ่ง อย่างไรก็ดี ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และลูกเรือควบคุมสถานการณ์ ด้วยการใช้ระบบดับเพลิงที่ติดตั้งอยู่บนตัวเรือ
ขณะที่กลุ่มฮูตีออกแถลงการณ์ ว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าลำดังกล่าวจริง เพื่อตอบโต้ “ความก้าวร้าวของสหรัฐและสหราชอาณาจักรที่มีต่อเยเมน” หมายถึงการที่กองทัพของทั้งสองประเทศปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในเยเมนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ม.ค.
U.S. Conducts Self-Defense Strike Against Houthi Anti-Ship Missile
— U.S. Central Command (@CENTCOM) January 27, 2024
On Jan. 27 at approximately 3:45 a.m. (Sanaa time), U.S. Central Command Forces conducted a strike against a Houthi anti-ship missile aimed into the Red Sea and which was prepared to launch. U.S. Forces… pic.twitter.com/UcHqDiyT1I
ด้านการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด เผยแพร่รายงาน ว่าสถานการณ์ตึงเครียดในทะเลแดง ซึ่งเป็นการที่กลุ่มฮูตียิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกสินค้าที่แล่นผ่าน ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับบรรยากาศการค้าโลก ซึ่งเผชิญกับภาวะรบกวนมากพอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จากทั้งภาวะตึงเครียดด้านภูมิศาสตร์การเมือง และความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก
ทั้งนี้ ภายในระยะเวลา 2 เดือนล่าสุด หรือนับตั้งแต่กลางเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ความหนาแน่นของเรือบรรทุกสินค้าที่ผ่านคลองสุเอซ ซึ่งเชื่อมระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลแดง ลดลง 42% โดยเรือบรรทุกสินค้าเหล่านี้ เดินทางอ้อมไปผ่านแหลมกู๊ดโฮป ที่แอฟริกาใต้แทน.
เครดิตภาพ : AFP



