เมื่อวันที่ 29 ม.ค.นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มอบหมายให้ นายทวีศักดิ์ คิ้วทอง ผู้อำนวยการสำนักติดตามและประเมินผลการอาชีวศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.ศูนย์ความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการฝึกอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษากระทรวงศึกษาธิการ” หรือ พสน. ณ ห้องประชุมวิทยาลัยการอาชีพท่าแซะ จังหวัดชุมพร โดยมีผู้บริหาร ครู และเจ้าหน้าที่ งานปกครอง จากสถานศึกษาอาชีวะภาครัฐและเอกชนในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวนกว่า 70 แห่ง มีผู้เข้าร่วมอบรมในรุ่นนี้ 87 คน

นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และรัฐบาล ได้ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาความรุนแรงของเด็กๆเยาวชน นักเรียนนักศึกษา ในทุกด้าน ทำให้ปัญหาความรุนแรงของนักเรียนนักศึกษาอาชีวะภาครัฐและภาคเอกชนมีแนวโน้มลดลง แต่ปัจจุบันในกลุ่มนักเรียนนักศึกษายังมีสิ่งยั่วยุหลายในด้านที่ทำให้นักเรียนและนักศึกษาส่วนหนึ่งประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพและวัย โดยเฉพาะทางโซเชียล ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการดำเนินชีวิตในวัยเรียนและการจัดการเรียนการสอน ภาพลักษณ์ของสถานศึกษา รวมถึงเป็นภาระต่อผู้ปกครองในการดูแลเพิ่มมากขึ้น และยังส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยชุมชน สังคม ประเทศชาติอีกด้วย กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนโยบายเรียนดีมีความสุข เพื่อให้ทุกสถานศึกษาเป็นสถานศึกษาแห่งความสุขและความปลอดภัย

ดังนั้น เพื่อให้การส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จึงจัดโครงการฝึกอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในทุกพื้นที่ของแต่ละจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาทุกสังกัดให้บรรลุเป้าหมายนโยบายเรียนดีมีความสุขได้อย่างยั่งยืนต่อไป และเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เข้ารับการอบรมให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ เทคนิค และประสบการณ์ไปใช้ในการปฏิบัติงานการส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ สร้างเครือข่ายการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความประพฤติ ความปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ให้นักเรียนและนักศึกษาอาชีวะตอบโจทย์จุดเน้นเชิงนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และหน่วยงานภาคีเครือข่ายสหวิชาชีพอื่นๆที่จะมาช่วยทำงานในการดูแลเด็กและเยาวชนร่วมกันอีกด้วย