เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 ม.ค. ที่ชั้น 10 โรงแรมแกรนด์ไชน่า เขตสัมพันธวงศ์ นายสมบูรณ์ หอมนาน รองปลัด กทม. พร้อมด้วย นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานจัดงานตรุษจีนเยาวราช ปี 2567 นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล รองประธานการจัดงานตรุษจีนเยาวราช ปี 2567 นายณัฐ ครุฑสูตร ผอ.ฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ สก.เขตสัมพันธวงศ์ นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานฝ่ายรับเสด็จ และ พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง รอง ผบก.น.6 ร่วมกันแถลงข่าวงานเทศการตรุษจีนเยาวราช 2567 “เบิกฟ้าพญามังกร ร่ำรวยบารมี สุขีนิรันดร์”

นายสมบูรณ์ กล่าวว่า กทม. ร่วมกับกลุ่มประชาคมเขตสัมพันธวงศ์ นักธุรกิจ ภาคเอกชน ประชาชนในท้องถิ่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และภาคีเครือข่าย กำนดจัดงานตรุษจีนเยาวราช ประจำปี 2567 อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 10-11 ก.พ. เพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนกับพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งได้มีการจัดงานตรุษจีนเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการอนุรักษ์ ส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นให้ธำรงอยู่ สืบทอดสู่อนุชนรุ่นหลัง อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนการจัดงานประเพณีของท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติให้เดินทางมาท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ (ตรุษจีน)

และในปีมหามงคลนี้ คณะกรรมการจัดงานตรุษจีนเยาวราช ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานตรุษจีนเยาวราช ประจำปี 2567 ในเวลา 17.00 น. พร้อมเสด็จเยี่ยมชมกิจกรรมภายในงาน นอกจากนี้ ยังได้ทรงพระราชทานพรปีมะโรงงูใหญ่ให้แก่พี่น้องคนไทยเชื้อสายจีนและชาวจีนในประเทศไทย เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วยว่า “ปีมังกรให้ได้ดังประสงค์”

นางฐาปณี กล่าวว่า ทางกลุ่ม TCC Group ร่วมจัดกิจกรรมพิเศษ เทศกาลตรุษจีนเยาวราช ประจำปี 2567 “เบิกฟ้าพญามังกร ร่ำรวยบารมี สุขีนิรันดร์” และการผลักดัน ร่วมสืบสาน เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชน ทั้งชาวไทย และชาวไทยเชื้อสายจีน ได้เข้ามาร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่จีน ในรูปแบบของการอนุรักษ์อัตลักษณ์ของพิธีจีน ที่จะเป็นในรูปแบบดั้งเดิม ที่เราทำต่อเนื่องกันมาถึง 25 ปี จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ให้เข้ามาเฉลิมฉลองขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และขอให้ทุกท่านมีความสุขในเทศกาลปีใหม่ และในปีถัดไป

สำหรับเทศกาล “ตรุษจีนเยาวราช” ปีนี้ ยังคงจัดเต็มกิจกรรม สีสันความสนุก และความบันเทิงจากศิลปินนักร้องชื่อดังมากมาย ที่จะสลับกันขึ้นโชว์จาก 2 เวทีใหญ่ฝั่งประตูเฉลิมพระเกียรติ และเวทีช้างสี่แยกราชวงศ์ นอกจากนี้ ยังมีการเปิดพื้นที่ให้ร้านค้าต่าง ๆ ให้ได้ ชิม ช้อป ของดีของอร่อยมากมาย และได้กราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในเทศกาลปีใหม่ของชาวจีน เพื่อเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเอง และครอบครัว ร่วมกันส่งเสริมวัฒนธรรมอันเป็นประเพณีดีงาม ที่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์ของชาวจีน ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณกาล ให้ไปสู่อนุชนคนรุ่นหลัง

ไฮไลต์ภายในงาน เช่น การแสดงเชิดสิงโต-มังกรอำนวยพรมิ่งมงคล อุโมงค์ไฟและโคมไฟประดับอลังการณ์ตลอดแนวถนน สร้างบรรยากาศด้วยมังกรทองที่ขดตัวเป็นอุโมงค์วงกลม ภายใต้แนวคิด “เฉลิมฉลองปีทองแห่งความรุ่งเรือง” บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนเยาวราช ตลอดทั้งเดือนกุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 18.00-23.00 น บูธถ่ายภาพที่ตกแต่งแบบวัฒนธรรมประเพณีจีนโบราณ อาทิ บูธพิธีแต่งงานจีนโบราณ บูธร้านพัดจีนเซ็งลี้ฮ้อ บูธโรงน้ำชาจีนโบราณ

นอกจากนี้ ยังมีร้านจำหน่ายของที่ระลึกต่างๆ จาก ร้านภัทรพัฒน์ มูลนิธิชัยพัฒนา ร้านภูฟ้า มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า มูลนิธิมหาจักรีสิรินธร เพื่อคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และมูลนิธิรามาธิบดี เป็นต้น การแสดงและการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมจีน นิทรรศการความยิ่งใหญ่ของถนนสายมังกรตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ชม ชิม ช้อปร้านอาหารอร่อยอันเลื่องชื่อ ที่รังสรรค์ความอร่อยมายาวนานกว่าหลายสิบปี นอกจากนี้ ททท. ร่วมจัดทำบูธ นำเสนอกิจกรรมไหว้เทพ 5 ศาลเจ้า โดยซินแสชื่อดังของเมืองไทย และการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากเขตปกครองตนเองซีจ้างและเมืองฉวนโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 10-11 ก.พ. 67 อีกด้วย

ขณะที่ พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง รอง ผบก.น.6 กล่าวถึงการอำนวยความสะดวก ทั้งเรื่องการจราจร และการรักษาความปลอดภัย ว่า ในงานปีนี้ด้านการจราจรจะมีการปิดการจราจรบริเวณจัดงาน 2 วัน ตั้งแต่ 12.00-24.00 น. และจะมีตำรวจอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และจัดเส้นทางจราจรทางเลี่ยงให้แก่ประชาชนที่มีความจำเป็นจะต้องผ่านบริเวณดังกล่าว ส่วนด้านการรักษาความปลอดภัย ได้มีการจัดกำลังตำรวจ เพื่อเตรียมพร้อมในการดูแลประชาชน โดยจะมีกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบประจำในจุดต่างๆ ทั้งพื้นที่ตลอดการจัดงานรวม1,200 นาย และตั้งจุดคัดกรอง 18 จุด รวมทั้งมีการบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางการจัดงาน นอกจากนี้ ยังได้มีการประสานกำลังเจ้าหน้าที่จากพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อให้การสนับสนุนกรณีเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ด้วย.