เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจังหวัดนนทบุรี ระหว่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี กับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) โดยมีผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วม

ซึ่งการลงนามความร่วมมือครั้งนี้ คือการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจังหวัดนนทบุรี เพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามบริบทของตนเอง โดย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี มีโรงเรียนในสังกัดที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนตามนโยบาย “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” จำนวน 6 โรงเรียน เป็นโรงเรียนที่มีความพร้อมทุกรูปแบบ จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขึ้นในครั้งนี้ โดยมี ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. พันตำรวจเอก ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. นายธนากร ดอนเหนือ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมลงนาม

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า ตามนโยบายรัฐบาลปัจจุบันที่ต้องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสังคมไทย กระทรวงศึกษาธิการจึงได้นำนโยบายดังกล่าวมาขับเคลื่อน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาภายใต้แนวทางการทำงาน “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” โดยกำหนดนโยบาย “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยนำร่องการพัฒนาโรงเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่มีคุณภาพ และสามารถดึงดูดให้โรงเรียนเครือข่ายมาใช้ทรัพยากรร่วมกัน รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนในการพัฒนาการศึกษาโดยการคัดเลือกจังหวัดนนทบุรีให้เป็นจังหวัดนำร่องในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีบริบทใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานคร มีศักยภาพและมีความพร้อมในการเป็นต้นแบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง มีความพร้อมในการขับเคลื่อนการพัฒนา โดยมีเป้าหมายที่จะบูรณาการความร่วมมือ ในการส่งเสริมเติมเต็มให้โรงเรียนได้รับการพัฒนาครบตามองค์ประกอบ ใน 5 ด้าน ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนนักเรียน ด้านผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านการบริหารจัดการ ด้านการจัดการเรียนรู้ และด้านผู้เรียน ซึ่งถือเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษา

“ท้ายที่สุดแล้ว โรงเรียนคุณภาพจะสามารถดึงดูดโรงเรียนเครือข่ายใกล้เคียงให้มาเรียนรวมและใช้ทรัพยากรร่วมกัน รวมถึงสามารถสกัดนักเรียนที่จะไปศึกษาต่อที่โรงเรียนมัธยมแข่งขันสูงในตัวจังหวัด ให้ได้เรียนในโรงเรียนคุณภาพประจำอำเภอใกล้บ้าน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ปกครองในโรงเรียนคุณภาพในภาพรวม นําไปสู่ผลลัพธ์สุดท้าย ที่กระทรวงศึกษาธิการคาดหวังไว้ คือ “โรงเรียนคุณภาพได้รับความนิยม เป็นโรงเรียนนานาชาติของชุมชน” นอกจากนี้ ภาพความสำเร็จจากการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจังหวัดนนทบุรีในอนาคต จะสามารถขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลตามเจตนารมณ์ของการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว

ด้าน ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ด้วยนโยบายของ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. ได้กำหนดนโยบาย “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” โดยเน้นการพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามบริบทของตนเอง เกิดความเท่าเทียม สร้างความเสมอภาคให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ให้ความสำคัญในการปฏิบัติงาน รองรับกรอบการพัฒนาการศึกษาตามแนวนโยบายดังกล่าว และกำหนดนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่ต้องการลดภาระครูและนักเรียน ข้อ 4 โครงการ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” และได้มีการคัดเลือกโรงเรียนคุณภาพ เพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ให้มีความพร้อมสามารถให้บริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพ และเอื้อต่อการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ โดยให้โรงเรียนเป็นศูนย์รวมหรือเป็นแหล่งการเรียนรู้ของชุมชน วัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสม สนับสนุนงบประมาณ อันจะนำไปสู่ความเชื่อมั่น ศรัทธา และส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนดังกล่าว นำไปสู่การลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง การสร้างสรรค์ ผู้ปกครองมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยโรงเรียนและชุมชนสามารถจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ เพื่อบริการและเชื่อมความสัมพันธ์กับชุมชน วัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพนำไปสู่ภาพความสำเร็จของโรงเรียนตามนโยบาย

“จากความร่วมมือตามบันทึกข้อตกลงนี้ ทั้ง 4 หน่วยงานจะบูรณาการร่วมกัน ในการจัดสรรงบประมาณ จัดสรรครูและบุคลากรทางการศึกษาเพิ่มเติมโดยใช้เกณฑ์พิเศษ หรืองบประมาณสนับสนุนครูอัตราจ้างเพิ่มเติมในวิชาเอกที่ขาดแคลน สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สื่อ อุปกรณ์ ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ในปัจจุบัน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต จัดให้มีการศึกษาเพื่อการมีงานทำ จัดการศึกษาระบบทวิภาคีในรูปแบบการเรียนรู้คู่การทำงานให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา เกิดความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา ส่งผลให้โรงเรียนและชุมชนสามารถจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ เชื่อมความสัมพันธ์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เช่น บ้าน (ครอบครัว) ผู้นำทางศาสนา และโรงเรียน เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว